วันที่ 4 สิงหาคม 2021 10:36 PM
Sports7m.com

เหรียญสองด้าน

อัพเดทเมื่อ 27 มีนาคม 2021 เข้าดู 5 ครั้ง

เหรียญสองด้านเหรียญสองด้าน ของการต่อสัญญา อูเลอ กึนนาร์ ซูลชาร์

เหรียญสองด้าน เมื่อพูดถึงท่ามกลางกระแสขับไล่ ก็ต้องย่อมมีเสียงคัดค้าน และท่ามกลางกระแสการต่อต้าน มักย่อมมีแรงสนับสนุน และนี่คือ ความหมายของการพูดถึงเหรียญสองด้าน ของความคิดเห็นเรื่องการต่อสัญญาใหม่Ole Gunnar Solskjaer มีประเด็นข่าวที่เกิดมาในช่วงนี้ เกี่ยวกับเรื่องราวการต่อสัญญาของ อูเลอ กึนนาร์ ซูลชาร์ ว่ากำลังจะได้รับสัญญาใหม่ที่มีมูลค่าราวๆ 10ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งผู้จัดการทีมวัย48ปีรายนี้ กำลังจะหมดสัญญาลงในช่วงจบฤดูกาล 2021/22 ซึ่งก็คือปีหน้านั่นเอง

ว่ากันว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด เตรียมพร้อมที่จะคุยสัญญาใหม่กับเขาทันที โดยไม่เกี่ยวว่าปีนี้จะมีแชมป์ติดมือหรือไม่อย่างไร ประเด็นนี้จริงๆแล้วมักจะถูกนำไปพาดหัวจนmisleadingอยู่บ่อยๆเช่นว่า “แชมป์ไม่จำเป็น” หรืออะไรบ้าง จนแฟนบอลtoxicบางส่วนก็เชื่อแต่หัวข่าวแล้วเข้าไปแบบนั้น แล้วก็นำไปด่ากันต่อว่า สโมสรเราทำทีมกันไปงั้นๆ ไม่ต้องเอาแชมป์ แค่ติดอันดับและได้เงินไปแชมเปี้ยนส์ลีกเรื่อยๆก็พอแล้ว ไม่ต้องลงทุนเพื่อเอาแชมป์

ในบทความนี้มันไม่ใช่เรื่องราวเช่นนั้น แต่เป็นเรื่องของการต่อสัญญา กับโซลชาเป็นหลักๆแค่ว่า ทางด้านสโมสรต้องการจะเซ็นใหม่เพื่อขยับขยายสัญญาที่กำลังจะหมดปีหน้านั่นเองดังนั้น ประเด็นที่แท้จริงของการพูดคุยนั้นเราควรคุยกันในแง่ที่ว่า การต่อสัญญากับโซลชานั้นเหมาะสมมากน้อยเพียงใดหรือว่า เป็นเรื่องที่ดีพอหรือยังที่จะต่อ และแม้กระทั่ง เร็วไปไหมถ้าจะต่อสัญญา ถ้าคุยกันด้วยประเด็นพวกนี้จึงจะดีกว่าที่จะไปโฟกัสเรื่องราวอื่นๆ

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วบทความข้างล่างนี้ศาลาผี ไม่ได้เขียนเองแต่ผมเรียบเรียงและ แปลออกมาจากarticleต่างประเทศที่มีชื่อว่า The two sides to Ole Gunnar Solskjær’s potential contract extension หรือ เหรียญสองด้านของการต่อสัญญา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งเขียนโดยมุมมองที่แตกต่างกัน จากนักเขียนสองคนจากAndrew DelaneyและArion Armeniakosตามลำดับ บทความนี้น่าจะดีกับแฟนผีทั้งสองฝ่ายเพราะ ตอนนี้ก็เสียงแตกกันพอสมควรในเรื่องที่ว่า

ทางด้านของเรานั้น ก็จะสนับสนุนให้ทางด้านของ โซลชาหรือไม่หรือว่าอยากจะให้ เปลี่ยนผู้จัดการทีมซึ่ง ก็เป็นความคิดเห็นที่อยู่แตกต่างกันคนละฝั่ง ซึ่งบทความนี้เป็นการรวบรวมมุมมองต่างๆ ที่มองต่างกันบทความแรกนำเสนอความคิดเห็นในด้าน ไม่เห็นด้วย แต่ในขณะที่อีกบทความแสดงความเห็น คอยซัพพอร์ตอย่างชัดเจน ทำให้ทางด้านผู้อ่านนัน้สามารถอ่านแล้วคิดตามไป กับด้านความคิดเห็นของตัวเองได้เลย แต่ในฐานะผู้แปลอยากจะบอกว่า สิ่งนี่เป็นarticleที่ดีทั้งสองบทความ เพราะมันเต็มไปด้วยเหตุผล

จึงเป็นเหตุให้สนับสนุนและหักล้างกันทั้งสองฝ่าย แต่อยู่บนพื้นฐานของหลักตรรกะคิดที่ดีทั้งคู่เพียงแค่ต้องการนำเสนอว่า เมื่อถึงเวลาเวลาเชียร์บอลก็อย่ามุ่งความเห็นไปด้านใดด้านหนึ่ง ให้พยายามคิดให้ครบทุกมิติด้วย เพราะว่าในบรรดาเรื่องดี มันก็มีเรื่องแย่ แต่สิ่งที่แย่มันก็มีความดีอยู่ในนั้นเช่นกัน คือไม่มีสิ่งใดขาวไปเลยหรือดำไปเลยอย่างเดียว โดยที่ของทุกอย่างนั้น อย่างเหรียญมันมีสองด้านเสมอ และนี่คือสองบทความความเห็นที่แตกต่างกันดังกล่าว จึงขอเชิญอ่านกันได้เลยแล้ว ก็จะเห็นด้วยกับบทความไหนก็แล้วแต่ หรืออาจที่จะเห็นด้วยทั้งสองบทความเหมือนผู้เขียนนี่ก็ได้ไม่ว่ากันเลย

เหรียญสองด้าน ด้านที่หนึ่ง “เร็วไปมั้ยที่จะต่อสัญญาใหม่?”

ในส่วนของทางด้านโอเล่กุนนาร์ ก็ยังทำผลงานได้ดีในการคุม สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด นับตั้งแต่มารับงานในเดือนธันวาคมปี18 ที่เป็นเผือกร้อนซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาในทีมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักเตะอายุเยอะที่ค่าเหนื่อยสูงลิบลิ่ว ที่สำคัญปัญหาส่วนตัวของการขาดความมั่นใจ ขาดความฟิตของร่างกายนักเตะในทีม ซึ่งในความเป็นจริงก็คือ ด้านความสามารถของทีมโดยรวมนั้น ต่ำกว่ามาตรฐานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นอย่างมาก

ทำให้เพียงระยะเวลาแค่สองปี ตัวเขาเองก็สามารถ เคลียร์ปัญหาเหล่านี้ออกไปได้ ด้วยการปล่อยตัวอเล็กซิส ซานเชส และแอชลีย์ ยัง และมัตเตโอ ดาร์เมี่ยน และก็คริส สมอลลิ่ง แล้วจึงนำเอาตัวที่สดกว่าดีกว่า มีความกระหายมากกว่า เข้ามาทดแทนอย่างเช่นบรูโน่ แฟร์นันด์ส และอารอน วานบิสซาก้า และแฮรี่ แมกไกวร์เป็นต้น ทั้งหมดซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการทำการค้าที่ฉลาดมาก และสมเหตุสมผลแทบจะทุกดีล ซึ่งแตกต่างต่างจากเมื่อก่อนที่แมนยูไนเต็ดนั้น ต้องซื้อนักเตะด้วยการจ่ายเงินที่สูงมากเกินเหตุ สำหรับนักเตะบางคนอีกด้วย แต่เมื่อโซลชาทำงานได้ดีเยี่ยมมากในการสร้างทีมใหม่ขึ้นมาที่โอลด์แทรฟฟอร์ด

เมื่อมีการพูดถึงจุดที่ดีที่สุดนั้น เขาก็ได้มีการพัฒนานักเตะบางคนที่ถูกตัดหางปล่อยวัด และถูกทอดทิ้งให้ฟอร์มตกมาจากผู้จัดการคนก่อนหน้านี้ ซึ่งทางด้าน ลุค ชอว์ ก็คือตัวอย่างที่ดีอย่างไม่มีอะไรกังขาอีกต่อไปในเรื่องนี้ หลังจากการที่ไม่สามารถควบคุมการดูแลตัวเอง ปล่อยให้ร่างกายอ้วน โดยที่overweight สำหรับนักฟุตบอล แถมนำมาใช้งานไม่ได้ในสนาม และกลับกลายเป็นนักเตะที่เพอร์ฟอร์มดีระดับน้องๆของเพอร์ฟอร์มของบรูโน่ แฟร์นันด์สที่เพิ่งย้ายเข้ามาเลย

การคืนชีพขึ้นมาของชอว์ในครั้งนี้นั้นมีส่วนมาจากโอเล่ กุนนาร์ โซลชาค่อนข้างมาก ตามที่ฟูลแบ็ครายนี้เมนชั่นถึงผู้จัดการทีมของเขาในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าโอเล่สำคัญมากๆในการกลับสู่ฟอร์มของเขา

แบ็คซ้ายวัย25ปีกกล่าวว่า “เขาช่วยผมอย่างมากในสนาม แต่มันมีส่วนมากยิ่งกว่านั้นอีกเพราะนี่คือหนึ่งในสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการลงสนามของผมอย่างยิ่ง ซึ่งมันมาจากวิธีการที่เขาดูแลนักเตะ เขารู้ว่านักเตะต้องการอะไรบ้าง”
มันคือการยกย่องอย่างสูงจากชอว์ และเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงทักษะวิธีการบริหารบุคลากรของโซลชา มันสามารถชุบชีวิตอาชีพนักฟุตบอลของคนๆนึงที่ดูเหมือนเกือบๆจะหันหลังให้กับฟุตบอลไปแล้วในหลายปีที่ผ่านมา

ในส่วนของงานนอกสนามของเขาส่วนใหญ่ทำได้ดีมาก ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ยังคงมีข้อสงสัยเรื่องฝีมือการคุมเกมในสนามอยู่เช่นกัน และเป็นที่แน่นอนว่า แมนเชสยูไนเต็ด ต่างก็ดูตื่นเต้นภายใต้ยุคของโซลชา ซึ่งทำให้แฟนบอลดูแล้วรู้สึกดีใจที่เห็นทีมมีความหวังเช่นนั้นในหลายๆครั้ง ว่าเรื่องต่างๆเหล่านี้มันก็ผ่านไปแล้ว แต่ฟอร์มการเล่นของทีมโดยรวมอาจจะพูดได้ว่า ในปีนี้ดูจะมั่นคงและแน่นอนกว่าซีซั่นที่ผ่านมาเล็กน้อย ใครที่ดูแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดลงแข่งอยู่ทุกๆสัปดาห์นั้นก็จะเห็นชัดว่า ในแต่ละนัดก็มีประเด็นที่แตกต่างกันอยู่เป็นประจำ

ทำให้มีหลายๆเกมที่ต้องพึ่งพาการแบกทีมของแฟร์นันด์ส แรชฟอร์ด หรือทางด้านของ ป็อกบา ไม่งั้นเกมนั้นก็เจ๊งบ๊งไปเลยแน่นอน ซึ่งนี่ไม่ใช่ประเด็นปัญหาของทีมเราที่นานๆ จะต้องเป็นแบบนั้นสักที โดยการพึ่งพาการแบกทีมของตัวแบก แต่นี่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นทุกนัดจนเป็นเรื่องปกติแล้ว

โดยที่ปัญหาอื่นๆที่ทางแมนเชสยูไนเต็ด ของทางด้านโซลชาเจออีกก็คือการเจาะทีมรับต่ำ นี่ก็ยังเกิดขึ้นอยู่ตลอดอย่างบ่อยครั้งเช่นกัน แต่สำหรับเกมเค้าท์เตอร์แอทแท็คนั้น ทางแมนยูไนเต็ดทำได้ดีมากเหมือนพวกชั้นนำในยุโรปอย่างไม่มีข้อโต้แย้งเลย  แต่แล้วเมื่อใดก็ตามเจอทีมรับต่ำขึ้นมาครั้งใด ทางทีมเราดูจะเล่นได้ช้ามากๆ แบบบ้อท่า และดูไม่ค่อยมีลุ้นมากๆเลย

มีแต่การเน้นยึดติดอยู่กับการใช้กลางคู่ โดยที่ทั้งหมดไม่ต้องพะวงกับคู่แข่งนั้นเลยทำให้ ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่กลับกันดูเหมือนกับว่าทีมจะขาดคุณภาพในการcoaching ของทีมระดับท็อปๆทั้งหลายส่วนใหญ่เขาจะหาวิธีเจาะทีมประเภทจอดรถบัสได้ทั้งนั้น ทำให้การเปลี่ยนตัวระหว่างเกมของโซลชานั้น ได้มีทั้งเปลี่ยนแล้วโดนจุดชัดเจน กับการที่เปลี่ยนแล้วไม่ได้ผลทั้งคู่ รวมไปถึงการตัดสินใจสำหรับการเลือกตัวของเขามักจะทำให้คนดูงงงวยอยุ่เสมอ อย่างเช่นว่า ในเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศที่ผ่านมานั้น

แล้วทำไมทางด้านของโอเล่ถึงคิดว่ามันเป็นเกมที่เหมาะสมและถูกต้องแล้ว เกี่ยวกับการพักสองนักเตะที่ดีที่สุดของทีมไว้บนม้านั่ง ซึ่งพอๆกับคอมเม้นของเขาที่เหมือนจะไม่ได้ต้องการจะเอาแชมป์ถ้วยนี้ด้วย แต่ก็จริงอยู่ว่าเรากำลังจะจบซีซั่นด้วยการมีคะแนนเยอะกว่าปีก่อนๆนี้ แต่ว่านักเตะเหล่านี้ ก็มักจะรู้และเข้าใจวิธีการพาทีมเป็นแชมป์ได้อย่างไรในอนาคต ซึ่งถ้าไม่พยายามจะให้พวกเขาได้ลิ้มรสชาติของการเป็นแชมเปี้ยนบ้างเลยสักรายการ

ขณะเดียวกันนั้นก็มีข่าวลือมากมายว่า ทางด้านของโซลชาจะได้รับการต่อสัญญาใหม่ แต่มองว่าส่วนตัวของต้นทางผู้เขียนบทความนี้นั้น เขาคิดว่านี่เป็นการเทคแอคชั่นที่ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่จากบอร์ด เหตุเพราะว่าตัวโซลชาเองนั้นไ ม่ได้มีสโมสรอื่นๆติดต่อเข้ามาจะแย่งชิงตัวไปคุมทีมแต่อย่างใด แถมด้วยเรื่องที่ว่า ถึงจะมีใครอยากได้ตัวเขาไปคุมทีมก็ตามมันก็เป็นไปไม่ได้อีก เพราะนี่คือ “dream job” ของโซลชาเองด้วยซ้ำ เพราะงั้นเขาไม่มีทางไปไหนอยู่แล้ว

การที่จะมาเซ็นสัญญากันใหม่นั้น เพื่อเป็นการผูกมัดเขาให้อยู่ต่อไปนั้นเหมือนกับการที่สโมสรและบอร์ดนั้น ได้ไล่ต้อนตัวเองเข้ามุมธงด้วย ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นและพวกเขาก็ไม่อยากถูกบีบให้เป็นเช่นนั้นด้วย ทางด้านของผู้เขียนบทความนี้ คิดว่าเราควรที่จะรอดูไปก่อนและค่อย ประเมินซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ในปีหน้า ตัวผู้เขียนนั้นห่างไกลมากจากการพยายามไล่โอเล่ให้โดนปลด แต่ถึงกระนั้นก็ยังสงสัยในใจอยู่เช่นกันว่า โซลชาจะพาทีมไปได้ไกลถึงระดับไหน

ซึ่งจะพากันไปได้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ โดยไม่มีอะไรเกิดปัญหาหนักจริงๆหรือไม่ ก็อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นของบทความชิ้นนี้ว่าเรามองเห็น ทางด้านของตัวโอเล่ กุนนาร์ โซลชาเอง ก็ยังทำผลงานที่ดีเยี่ยมมากๆแล้วกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งต้องถือว่ากุญแจสำคัญ คงอยู่ที่การหาใครสักคนที่ดีพอจะสานต่องานอันยอดเยี่ยมนี้จาก ทางด้านของโซลชาได้ ถ้าจะหาผู้จัดการทีมใหม่นั้น และผู้เขียนก็หวังว่าเขาจะคิดผิด และโซลชาจะคุมทีมต่อไปได้

เหรียญสองด้านอีกด้านหนึ่ง “สโมสรออกมาแสดงถึงการซัพพอร์ตโซลชาถูกเวลาไหม?”

การขยายสัญญาช่วงกลางฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งเฮดโค้ชแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าคาดหวังให้เกิดขึ้นเลย เพียงเพื่อที่หวังจะให้การต่อสัญญานี้มันเกิดเป็นเรื่องดีๆและ “สปาร์ค” กระตุ้นอะไรบางอย่างที่เป็นเรื่องพิเศษๆแก่เหล่านักเตะและผู้จัดการทีมเท่านั้น การได้สัญญาใหม่ก่อนที่ของเก่าจะหมดลงนั้นมันเป็นเหมือนการรับรองขั้นสุดยอดที่จะบอกว่าคุณจะได้ทำงานนั้นสานต่อไปอีกยาวๆ กับลูกทีมและสตาฟฟ์ที่อยู่ในปัจจุบันบนแผนงานของคุณนั่นเอง

ในส่วนของประเด็นสำคัญเรื่องนึงที่มีการพูดคุย และได้ถกเถียงในเรื่องของความคิดเห็นมากๆนั่นก็คือ ในเรื่องการเป็นผู้จัดการทีมที่เข้ามาคุมทีมได้ดีที่สุดแล้ว นับตั้งแต่หมดยุคเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน ที่วางมือลงไปจากบัลลังก์จริงๆเราไม่ควรเอาผู้จัดการปัจจุบัน ไปเปรียบเทียบกับผู้จัดการที่ดีที่สุดตลอดกาลสักเท่าไหร่ แต่ว่าหากว่าดูแบบคร่าวๆ ถึงบอลลีกของป๋าในทุกๆฤดูกาลช่วงยุคที่เป็น พรีเมียร์ลีกแล้วนั้นความสำเร็จของป๋าถูกสร้างขึ้นบนสิ่งที่เรียกว่า ความมั่นคง เป็นหลักๆโดยเขามีสูตรความสำเร็จที่ยั่งยืนมาก และยูไนเต็ดก็ไม่เคยจบต่ำกว่าอันดับสามเลยในยุคพรีเมียร์ลีก

ถึงแม้ว่าทางด้านของตัวโซลชาเองนั้น จะยังไม่เคยชูถ้วยใดๆเลยก็ตามแต่ ตัวเขาคือผู้จัดการทีมคนแรกในยุค ที่สามารถนำ ความเชื่อ(belief) กลับมาได้ว่า ทีมแมนยูของเรานัน้ยังไม่ตาย และการพ่ายแพ้ในรอบรอง4ครั้ง รวมถึงรอบ8ทีม1ครั้ง ยังคงเป็นตัวขัดขวางความสำเร็จของเขาอยู่อีก แต่บางทีแล้วเส้นทางที่ไม่ราบเรียบเหล่านั้น เป็นเหมือนอุปสรรคที่จะนำพาไปสู่ บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ก็เป็นได้

และสิ่งที่สำคัญก็คือหนึ่งในสถิติที่น่าเหลือเชื่อ ทางผู้จัดการในยุคหลังป๋านั้นไม่มีใครสามารถจบท็อปโฟร์ได้อย่างต่อเนื่องได้เลย รวมถึงจากขาประจำแชมเปี้ยนส์ลีก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็ต้องกลายเป็น ทีมที่ไม่ใช่ขาประจำ อาจจะขึ้นๆลงๆในเกมบอลถ้วยยุโรปของยูฟ่า ถีงไม่ว่าจะเป็นเดวิด มอยส์ หลุยส์ ฟาน กัล หรือทางด้านของ โจเซ่ มูรินโญ่ ในส่วนของผู้จัดการทีมเหล่านี้ไม่มีทำให้แน่ใจได้เลยว่าแมนยูไนเต็ดจะได้ไปเล่นถ้วยไหนในซีซั่นหน้า

ทำให้สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเลย เมื่อทางด้านของตัวโซลชาพูดออกมาว่า เรื่องของการคว้าถ้วยรางวัลรายการประหลาดๆเหล่านั้น อาจจะกลายเป็นตัวป้อน อัตตา ให้แก่ผู้จัดการทีมซะมากกว่าที่จะสะท้อน การพัฒนาก้าวหน้าของสโมสรอย่างแท้จริงแน่ ซึ่งที่โซลชาพูดส่วนหนึ่งมันก็ถูกอีก และก็คล้ายๆกับที่พวกนักข่าวต่างๆทวีตประโยคพวกนี้คุณลงเล่นเพียงแค่10เกมเท่านั้นเองในการแข่งขันบอลถ้วย เป็นเพียงเพื่อที่จะคว้าชัยชนะได้จากช่วงการลงแข่งสั้นๆ แต่ว่าพอได้แชมป์แล้วยังไงต่อ? ถึงจะได้พวกแชมป์ถ้วยทั่วๆไปเหล่านี้ แต่ว่าฤดูกาลนั้นคุณจบอันดับ8 แล้วปีหน้าจบอันดับ10 แต่ว่าได้แชมป์ถ้วยพวกนั้น

แต่ก็เป็นอย่างนั้นยังจะเรียกว่า (เจริญก้าวหน้า)อีกมั้ย หรือเป็นสัญญาที่ดีในอนาคตหรือไม่ แต่ที่เป็นเพียงแค่ความฟินจากการประสบ ความสำเร็จในระยะสั้น ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของความล้มเหลวระยะยาว
ส่วนหนึ่งของตัวโซลชา ที่พูดถึงเรื่องการคว้าพวกถ้วยเหล่านั้นในแนวทางนั้น มันก็ถูกจริงๆ

โดยที่เหตุผลสำหรับผู้จัดการรายนี้แล้ว จริงๆเราจะพูดถึงเขายังไงก็ได้แล้วแต่คนที่ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ ตัวเขาไม่เคยนำอัตตามาใช้ที่นี่ อีกด้วยวัฒนธรรมการเชียร์บอลของแฟนสมัยนี้นั้น ซึ่งทางด้านของผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์รายนี้ได้รับการยอมรับเรื่องการเข้ามาพยายามแก้ปัญหาให้กับสโมสรที่เขารัก โดยที่ซึ่งยักษ์หลับอย่างเรามีบาดแผลเกิดขึ้นมามากมายจากผู้คนหลายๆคนที่ไม่ได้มีสโมสรนี้อยู่ในมโนสำนึก แต่อยู่ใน”หัวใจ”อย่างแท้จริ

ถึงแม้ว่าทางก้านของตัวโซลชา ก็จะยังไม่มีถ้วยใดๆติดมือเลยก็ตาม ทุกคนนั้นก็รู้สึกได้ว่าเรากำลังก้าวไปสู่สิ่งนั้นอยู่ แต่จากประเด็นการคว้าแชมป์ ที่มันดูจะแย้งๆกันเองจากประโยคของโซลชานั้น ทำให้เขามักจะพูดอยู่บ่อยๆเลย ว่าถ้าหากว่าคุณชนะในลีกได้ประจำแล้วนั้น ส่วนของพวกถ้วยแชมป์ทั้งหลายมันก็จะตามมาเองแหละ เพราะความสำเร็จมันจะมาพร้อมกับความมั่นคง เป็นหลักและนั่นแหละจากที่ผู้จัดการรายนี้ ได้ว่าเอาไว้ว่า การเจริญก้าวหน้าที่แท้จริงนั้นมันจะสะท้อนออกมาจาก ตำแหน่งในลีก มากกว่า ซึ่งเป็นการลงแข่งขันหลักๆที่คุณจะสามารถพิสูจน์ ของทีมได้ผ่านการเล่นในทุกๆสัปดาห์ให้เราเห็นตลอด 38ครั้ง ในเกมลีก

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด นั้นได้แพ้เพียงแค่สี่ครั้งเท่านั้นในลีกนี้ โดยที่นับตั้งแต่ กุมภาพันธ์ปี20 อย่างไรก็ตามพวกเขาพลาดเสมอก็เยอะเช่นกันซึ่ง ก็เป็นตามนั้นจริงๆอยู่นั่นแหละแต่โซลชา แก้ปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอทันทีด้วยการทำการค้า ที่แน่นอนในการลงตลาดนักเตะการชนะต่อเนื่องตลอดซีซั่น ให้ได้นั้นคือวิธีที่ดีที่สุดในการวางรากฐานความสำเร็จ ที่ยั่งยืน มากกว่าชัยชนะแค่เป็นครั้งคราว

  • ติดตามอ่านข่าวสารกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ : sports7m.com
ฟุตบอลต่างประเทศ ล่าสุด