วันที่ 24 มิถุนายน 2021 4:46 AM
Sports7m.com

เปเป้ ปอประมุข

อัพเดทเมื่อ 11 มิถุนายน 2021 เข้าดู 6 ครั้ง

เปเป้ ปอประมุข คนดุ ทะลุเดือด

เปเป้ ปอประมุข คนดุทะลุจุดเดือดนักเตะขาโหด ที่เล่นได้โหดที่สุดในปัจจุบันแน่นอนว่า หลายคนคงจะนึกถึงแต่ที่มีชื่อว่า ลามอสที่เป็นนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาสู่โลกไม่มีกองหน้า ดาวดังคนไหนที่ไม่เคยโดนนักเตะคนนี้เข้าสกัด จนลงไปนอนกับพื้นและชายคนนี้ ปกติเมื่อเขาได้ลงเล่นในเกมเอลกลาซิโกแลตมียุคนึงนะครับ ที่ลามอสอสดูเหมือนจะเป็นนักเตะน้ำดีเลย เมื่อราชันชุดขาวต้อนรับการมาของ โคตรนักเตะสายเลือดดุ มีนามว่าเปเป้ในการลงสนามกับรีลมาดริด ได้ชื่อว่าเป็นตั้งแต่จอมโหด

หรือหลายคนถึงกับบอกว่า เขาเป็นนักเตะที่เล่นสกปรกที่สุดของยุค จากการเล่นนอกเกมอย่างน่าเกลียด จนเป็นเหตุให้แฟนคนไทยเรียกว่า เปเป้ ปอประมุข แต่ภายใต้การเล่นที่น่าเกลียดเขา เล็กๆหรือไม่ครับมันกลับแฝงไปด้วย การช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ และนอกจากนี้ยังมีมุมดีๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้มาก่อนเพราะหากย้อนถึงความเป็นมา ของดาวเตะจอมโหดคนนี้นะครับ บางทีคุณอาจจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างในตัวของ เปเป้ ปอประมุข

ประวัติเปเป้ ชาติกำเนิดของเขาเป็นชาวบราซิล 100% แต่พออายุ 18 ปีเขาเลือกที่จะเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกส ประเทศที่เป็นเมืองขึ้นของบราซิล ที่มาตั้งแต่โบราณในวัยเด็กมีชื่อเล่นว่าวินดาว ซึ่งแปลว่าเจ้าตัวน้อยแล้วมันเป็นชื่อ ที่พ่อตั้งให้เขาครอบครัวของเขายากจนมาก เช่นเดียวกับเด็กอเมริกาใต้คนอื่นๆ เล่นฟุตบอลโดยใช้เท้าเปล่า จนมาวันหนึ่งครับเขาอยากได้รองเท้าสตั๊ดยี่ห้อ umbro เขาจึงขอพ่อให้ซื้อให้แต่ราคามันแพงมาก สำหรับรายได้ของครอบครัว ที่เป็นกรรมกรพ่อของเปเป้ปฏิเสธใน 2 ครั้งแรกที่ลูกชายมาขอเงินแต่ครั้งที่ 3 พ่อไม่อาจแข็งใจไปได้พ่อจึงไปยืมบัตรเครดิต ของเพื่อนเพื่อที่จะไปซื้อสตั๊ดให้ลูก

ซึ่งผู้เป็นพ่อได้ตกลงทำสัญญากับเพื่อนไว้ว่า จะผ่อนจ่ายที่หลังเดือนละ 15 เหรียญครูไซโลและการซื้อรองให้กับปูเป้ ทำให้พ่อของเขาต้องทำงานหนัก และประหยัดมากขึ้นจากที่เคยนอนในห้องเช่า พ่อต้องไปนอนในรถจากที่เคยกินข้าวเป็นจาน ลงมากินแซนวิชซึ่งนั่นนะครับ มันกลายเป็นบทเรียนที่ เปเป้ ปอประมุขไม่เคยลืมสตั๊ดคู่แรกในชีวิต ที่เขาได้มาอย่างยากลำบาก และหลังจากที่ได้รองเท้ามาเขาก็เตะฟุตบอล ตั้งแต่เช้าจนค่ำให้สมกับความยากลำบาก ที่พ่อเสียสละให้แก่เขาจนต่อมานะครับจะได้เข้าไปดูฟุตบอล

ในศูนย์ฝึกท้องถิ่นในบราซิลจนสุดท้าย มีแมวมองที่พาเขาไปเข้าทีม โครินเธียนส์และทีมนั่นคือทีมเขาฝึกอย่างหนัก จนมีเทคนิคที่โดดเด่นกว่าคนอื่น แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากสโมสร จนสุดท้ายกลายเป็นทีมสโมสร จากโปรตุเกสได้มาดึงตัวเขาไปเล่น และที่นั่นเองนะครับทำให้เปเป้ได้ลงเล่น ในฐานะนักเตะอาชีพเป็นครั้งแรก และแน่นอนครับวันนี้จุดประกายความฝัน เปเป้ กองหลังเก่งที่สุด ว่าเขาจะต้องเป็นนักเตะระดับโลก แต่ดันโชคร้ายก็มาเยือนเขา ได้รับบาดเจ็บจนขาหักเป็น 2 ท่อนแล้วหมอก็ไม่สามารถ ทำให้มันกลับมาสมบูรณ์ได้เหมือนเดิม

แต่เมื่อเขามองไปยังรองเท้าสตั๊ด เปเป้บอกกับตัวเองว่าเขาจำเป็นต้องสู้ และซ้อมให้หนักมากกว่าที่หัก 2 ท่อนหลายเท่าตัวสุดท้ายครับ เขาก็กลับมาสามารถลงสนามได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่สมบูรณ์ 100% ก็ตามเมื่อเขากลับมาขาที่เคยยิงประตู มันไม่สามารถสั่งการในการทำประตูได้อีกครั้ง เขาจึงจำต้องเปลี่ยนบทบาทของตนเองให้เหมาะสม กับสภาพร่างกายของเขาอยู่ในช่วงแรก แล้วก็เปลี่ยนตัวเองมาเป็นกองกลางตัวรับ สุดท้ายตำแหน่งที่ดีที่สุด ของเขานั่นก็คือกองหลังการเล่นเป็นกองหลัง ทำให้เปเป้ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงของทีมมาโดยตลอด

และความชียววชาญและเป็นผู้ที่มีเทคนิคทำให้ เปเป้ ปอประมุข กลายเป็นผู้นำแผงหลังของสโมสรในฤดูกาล 2003-2004 และมีความสามารถของเปเป้ทำให้ทีมปอร์โต้ซื้อตัวไปสโมสรในที่นั่นเปเป้ได้กวาดถ้วยรางวัล 6 ครั้งภายใน 3 ฤดูกาลหนึ่งในนั้นนะครับคือถ่วย intercontinental ซึ่งมันเป็นถ้วยระดับทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ต้องไปเจอกัน ที่ปอร์โตเเปป้พยายามอย่างหนัก จนกลายเป็นกองหลังที่ดีที่สุดของสโมสร จนเป็นแฟนของทีมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าปอร์โต้ไม่เคยมีนักเตะที่เล่นได้ยอดเยี่ยมอย่างนี้มานานแล้ว ที่ทำให้แฟนบอลไม่แปลกใจเลยนะครับ ที่เขากลายเป็นที่สนใจของสโมสรในยุโรป sports7m.com นำเรื่องราวกองหลังพันดุทะลุเดือด ให้ทุกทานได้ติดตามเรื่องราวนักเตะคนนี้

เปเป้ ปอประมุข

เปเป้ ปอประมุข ภารกิจพิชิตโรนัลโด้เพื่อนรัก

เปเป้ตัดสินใจโอนสัญชาติโปรตุเกสทันที ในภายหลังได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่เปลี่ยนสัญชาติ มาเล่นกับทีมชาติโปรตุเกสว่า เนื่องจากในช่วงที่เขาเล่นในประเทศโปรตุเกส เขาได้รับความเคารพจากสโมสร และแฟนบอลทุกคนมากกว่าในสมัย ที่เขาอยู่ที่บราซิลสโมสรที่นั่นไม่ได้ให้ค่า กับตัวนักเตะในทีมเลยไม่มีใครในโลกรู้จักเขา ก่อนที่จะเดินทางไปยังโปรตุเกส เขาได้รับการดูแลในแบบที่คนๆนึง สมควรจะได้รับมันและเขารู้สึกว่า เขาโชคดีที่ได้จากประเทศบราซิลประสบความสำเร็จที่ยุโรป

เปเป้โอนสัญชาติ เขาก็ติดทีมชาติโปรตุเกสทันทีแต่ด้วยราคาค่าตัว 30 ล้านยูโรของราชันชุดขาวทำให้เปเป้ กลายเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในลาลีกาในจำนวนนี้ทำให้ความฝันของเด็ก ที่เกิดในครอบครัวกรรมกรคนนี้ มันเป็นจริงและการที่ได้มาจากคู่กับลมอส ทำให้เขาได้งัดฟอร์มที่ดีที่สุด ในชีวิตออกมาได้แต่มันมาพร้อมกับความฉาวโฉ่ ที่หลายคนยังจดจำเขาเตะขากองหน้า ของทีมเกตาเฟ่อย่างไรในปี 2009 ไม่มีอะไรต้องอธิบายมันเป็นคำตอบ ที่แม้แต่เพื่อนร่วมทีมอย่างมาร์เซโล่อย่างไม่คาดคิดว่า เปเป้จะเป็นคนแบบนี้แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วเปเป้ก็ได้ออกมาขอโทษ

ในภายหลังหลังจากโดนวิจารณ์อย่างหนัก ถึงการกระทำแบบนั้นเปเป้ได้ให้สัมภาษณ์แก่ตัวไปว่า ผมไม่แน่ใจว่าจะทำยังไงกับเหตุการณ์ ที่อยู่ตรงหน้าดีและการโดนแบน 10 เกมมันได้กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียน ที่ต้องเรียนรู้และรู้จักการควบคุมตัวเองให้ได้ ในฐานะนักเตะมืออาชีพและจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้เปเป้ได้รับฉายาว่าสัตว์ร้ายและตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถึงแม้ว่าชีวิตเขาจะได้รับอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง และมีข่าวฉาวเรื่องการเล่นแต่เขาก็ยังคงยืนหยัด ในการเป็นตัวจริงของทีมมาโดยตลอด จากการเล่นสไตน์โหดตอนที่เข้ามาในเขตโทษ

เหมือนกับแมลงสาบเดินเข้ามา หรือคนที่พามันมาอาจจะต้องเอาชีวิตรอดจากเขาให้ได้ ทั้งหมดนี้นะครับทำให้เขาเป็นส่วนสำคัญ ในความสำเร็จของรีลมาดริดกับ 3 แชมป์ลาลีกาสิ่งที่เป็นบทพิสูจน์ว่า การขาดหายไปของเปเป้ทำให้แรงบิด และมีปัญหาและยืนยันว่าเขาเป็นคนสำคัญของทีม มันเกิดขึ้นในช่วงที่เขาเจ็บเข่าถึง 6 เดือนในฤดูกาล 2009-2010 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าอีเกร์กาซียาสทำงานหนักมาก จนเป็นเหตุให้ทีมราชันชุดขาว เสียแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะว่ากล้องหน้าสามารถลำเลียงบอล เข้าไปยิงได้อย่างสะดวกใจ

เมื่อไม่มีใครไปไม่ขวางทาง ก็จะเปรียบเทียบง่ายๆว่าไม่มีคนปกติคนไหนหรอกครับที่อยากเดินผ่านซอยที่มีจิ๊กโก๋คอยไถเงินนั่นเอง และเปเป้เคยเกือบเสียตำแหน่งให้กับวาราของโจเซ่มูรินโญ่ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาเป็นตั้งแต่อายุ 30 ปีที่มีความเร็วในการวิ่งที่ไม่สามารถ สู่นักเตะรุ่นใหม่ได้แต่ฝ่ายที่พ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้คือโจเซ่มูรินโญ่เนื่องจากผลงานของทีม ที่ไม่ประสบความสำเร็จต่อมานะครับ เขาเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้อีกครั้ง ในยุคของคาร์โลอันเชล็อตติและในยุคของซีดาน เปเป้รีลมาดริด นั้นประสบความสำเร็จจนถึงที่สุดและนั่นเป็นเวลาที่เปเป้ภายหลังจาก ที่ถูกขายให้กับทีมเบซิกตัสซีดานได้พูดถึงเปเป้ว่า

เขาเป็นนักเตะที่สำคัญต่อทีมมาก รู้สึกปลอดภัยทุกเกมที่มีเขาในฐานะคนนึง เขาช่วยทีมได้มากเลยทีเดียวส่วนในปี 2016 เปเป้เซอร์ไพรส์แฟนบอลในการเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรป ย้อนกลับไปในสมัยที่เปเป้ยังค้าแข้ง อยู่กับสโมสรในโปรตุเกสเขายังคงรอคอย ที่ทีมชาติบราซิลเรียกเขาไปเล่นแต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นจนกระทั่งเขาอายุ 20 ปีเขาเลยเลือกที่จะโอนสัญชาติเป็นคนโปรตุเกสทันที และเขาก็ติดทีมชาติโปรตุเกสได้ทันทีเช่นกัน แม้หลังจากที่ย้ายมายังไม่นานสไตล์การเล่นแบบเข้าอย่างหนักหน่วง ของเขายังคงอยู่ถึงแม้จะเป็นการแข่งขัน ฤดูกาลเดียวเขาก็ยังไม่รอดพ้นจากใบแดง

ในการไปเข้าสกัดนักเตะชาวบราซิล หลังจากจบฤดูกาลเขาฉีดสัญญาของตัวเองจากนั้น 1 เดือนนะครับเปเป้ก็ได้ไปเซ็นสัญญากับปอร์โต้ที่ปลูกปั่นเขาขึ้นมาด้วยสัญญา 2 ปีครึ่งฟุตบอลโลกปี 2018 เปเป้โคจรมาพบกับกองหน้าที่มีชื่อคอสต้าเขาเสียถ้าไปถึง 2 ลูกยังมีอีกหลายเหตุการณ์สุดโหดที่ไม่ได้พูดถึงของ วีรกรรมสุดระห่ำของเปเป้ อย่างเช่นการเจตนาเหยียบเมสซี่ หรือการต่อว่าพุทธศิลป์ต่อหน้าจนเป็นเหตุทำให้เขาโดนแบน 1-2 เกมและมั่นใจว่าหลายๆคนจำภาพของนักเตะคนนี้ในแง่ของนักเตะจอมโหดในสนาม

แต่คนๆนี้นะครับเขาไม่ได้มีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ชีวิตนอกสนามของเปเป้เขาไปซื้ออาหารมาบริจาค ให้กับคนอยากจนในเมืองมาดริด โดยเปเป้ได้ทำการบริจาคอาหารเป็นจำนวน 900 กิโลกรัมและทำการแจกเป็นเวลานานถึง 2 สัปดาห์ในช่วงคริสต์มาสปี 2014 ในวันที่เขาประสบความสำเร็จ เขายังคงไม่ลืมรองเท้าคู่แรกที่ทำให้เขาเดินมาถึงจุดนี้ ได้มีโอกาสเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัท คู่แรกของเขานั้นคือสตั๊ดยี่ห้อ umbro ที่ผลิตรุ่นเปเป้ยูโรปี 2016 special alphabet เป็นคนออกแบบด้วยตัวเองแรงบันดาลใจ มาจากธงชาติโปรตุเกสนี่แหละครับชีวิตของคนเรา มีด้านดีก็ย่อมมีด้านลบอยู่ที่ว่าคุณจะมองเขา ที่ด้านไหนและทั้งหมดนี้นะครับก็คือเรื่องราวชีวิตของชายที่มีชื่อว่า เปเป้ ปอประมุข

ผมไม่ใช่นักเลง ผมแค่ใส่สุด เปเป้

ผมไม่ใช่นักเลงผมแค่ใส่สูด หลายคนบอกว่าเขาคือด้านมืดของฟุตบอล หลายคนบอกว่าเขาคือคู่ตรงข้ามของความสวยงาม หลายคนยังบอกเลยว่าเขาไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ และน่าจะหันไปเอาดีทางด้านการต่อยมวยซะมากกว่า แต่สำหรับเขาเพียงเป้าหมายเดียว คือการทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่า สโมสรที่เขาลงเล่นจะมีความสุขในวัย 38 ปีเปเป้อดีตปราการหลังขาโหด กระโดดต่อยปัจจุบันยังไม่หมดแพชชั่น ในการเล่นฟุตบอลและยังคงทำหน้าที่ เป็นปากการเหล็กให้กับสโมสรเอฟซีปอร์โต้ ผลงานล่าสุดก็อย่างที่เห็นครับ นั่นคือการบัญชาเกมรับให้ทีม

เกียรติประวัติของเปเป้ก็ถือว่าเป็นสุดยอด ของวงการฟุตบอลคนนึงเพียงแต่ว่า อาจจะไม่มีภาพลักษณ์ของนักบอล นักเลงที่มีลีลาการเล่นแบบฉบับคนระห่ำ จะมองเขาในแง่ลบอยู่เสมอและมักจะไม่จดจำว่า เขาก็คือตำนานหน้าหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ไม่แพ้ใครที่สมัยตอนที่เขาอยู่กับรีลมาดริด เขาก็เป็นแกนนำสำคัญของทีมในชุดยิ่งใหญ่ ที่คว้าแชมป์มาหลายรายการทั้งบอลลีก บอลถ้วยภายในประเทศและที่สำคัญก็คือแชมป์ ยูฟ่าแชมเปียส์ลีกสามสมัยจริงๆแล้วครับเปเป้เป็นคนบราซิลที่เกิดในครอบครัว ที่ไม่ได้มีเงินทองมากมายอะไร

แล้วมันก็ทำให้แม้กระทั่งว่าแค่รองเท้าสตั๊ดถูกๆสักคู่ คุณพ่อของเปเป้ที่ทำงานร้านขนมปัง ก็ยังไม่มีปัญญาจะหาเงินมาซื้อให้กับลูกชาย ได้ในตอนนั้นยังจดจำภาพที่คุณพ่อนั้นถือรองเท้าสตั๊ดคู่นึง ซึ่งเขาบอกกับพ่อว่าเขาอยากได้ไปถามราคากับพนักงาน ก่อนจะเดินคอตกกลับมาเพียงเพราะว่า ราคาของมันนั้นแพงเกินกว่ารายได้ต่อวันที่เขาจะหามาได้ถึง 3 เท่าเลยทีเดียวแต่ด้วยความรักคุณพ่อมีต่อลูกชายแล้ว มองเห็นว่าเปเป้ตั้งใจและมุ่งมั่น กับกีฬาฟุตบอลจริงๆคุณพ่อของเขาก็พยายามดิ้นรนเพื่อจะเติมเต็มความฝัน ให้จนถึงขั้นยอมบากหน้าไปหยิบยืมเงิน

จากเพื่อนมาซื้อรองเท้าสตั๊ดคู่แรกในชีวิต ให้ลูกโดยสัญญาการยืมเงินก็คือ คุณพ่อของเปเป้จะผ่อนจ่ายเป็นระยะเวลา 1 ปีกับ 3 เดือนเลยทีเดียวมันคือรองเท้าสตั๊ดคู่แรกของเปเป้ ที่ต้องแลกมาด้วยการที่พ่อของเขานั้น ต้องอดทนใช้ชีวิตอย่างประหยัด ประทังท้องด้วยแซนวิชทั้งมื้อกลางวัน และมื้อเย็นด้วยเหตุผลนั้นหรือเปล่าที่ทำให้เราได้เห็นว่า เปเป้นั้นเราเล่นด้วยความทุ่มเทเสมอมา แล้วมีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงมากเลยตลอด ขณะเดียวกันครับการต้องจากบ้านเกิดมาผจญภัยในโลกกว้างใหญ่และที่โปรตุเกสตั้งแต่อายุ 18 ปีก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เปเป้ โตกว่าอายุมากกว่าคนอื่นคือโตขึ้นในที่นี้หมายถึง

ตรงทางด้านความเสี่ยงโชคแล้วก็เล่ห์เหลี่ยม อะไรต่างๆมากกว่าเด็กทั่วไปตอนนั้น ทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งชีวิตความเป็นอยู่ โอกาสฟุตบอลและอะไรอีกหลายๆอย่างซึ่งเขาเองก็เคยบอกว่า มันยากเหลือเกินที่วัยเพียงแค่นั้น แต่ก็ต้องตัดสินใจเรื่องแย่ๆในชีวิตด้วยตัวเองมาโดยตลอด แต่มันก็ทำให้เขาเติบโตขึ้นเร็วถ้ามองย้อนกลับไปจากจุดที่อายุ 38 ปียังตอนนี้เขาก็บอกว่ามันเป็นเรื่องที่ผมภูมิใจ และมีความสุขมากๆสมัยสร้างชื่อขึ้นมา กับทีมเอฟซีปอร์โต้สโมสรยักษ์ใหญ่จนราชันชุดขาวตามจีบเช้าเย็น

สิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่เคยรู้เลยก็คือ ณตอนนั้นราคาค่าตัวที่รีลมาดริดทุ่มทุนสร้าง เป็นสถิติกองหลังแพงที่ของลาลีกาด้วยตัวเลข 30 ล้านยุโรปปี 2007 เหรียญย่อมมีสองด้านแล้วก็มักจะนึกถึงด้านความโหดระห่ำ ในสนามบอลไม่เคยรู้เลยก็คือเราเห็นว่าเขา มีบุคลิกแบบนี้แต่ความจริงก็คือเหมือนลูกติดแม่ที่ยังนอนกับแม่จนถึงอายุ 17 ปีก่อนจะย้ายมาใช้ชีวิตคนเดียวที่โปรตุเกส หลับตานึกภาพดูสิครับว่าเด็กอายุ 17 ปียังนอนกับแม่อยู่เพราะว่าแต่โตมา เป็นปราการหลังขาโหดคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ที่มีภาพลักษณ์ย้อนแย้งในตัวเองขนาดนี้ได้ แน่นอนครับว่าสิ่งต่างๆเรียกว่าทีม เขาแสดงออกมาในสนามฟุตบอล มันไม่ใช่เรื่องที่เราควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างและในอีกแง่มุมนึง เมื่อเราพิจารณาจากชีวิตความเป็นมาของเขา

ข่าวฟุตบอล ล่าสุด