วันที่ 20 กันยายน 2021 2:59 AM
Sports7m.com

เบลเยี่ยม เเข่งเเกร่งรอบด้าน ลุ้นคว้าแชมป์ยูโร 2020

อัพเดทเมื่อ 7 มิถุนายน 2021 เข้าดู 127 ครั้ง

เกาะติดสนาม เบลเยี่ยม เเข่งเเกร่งรอบด้าน ลุ้นคว้าแชมป์ยูโร 2020

เบลเยี่ยม เป็นทีมอันดับหนึ่งของโลก จากการจัดอันดับของฟีฟ่า กับความกระหายลูกหนัง เหมือนกันกับ อังกฤษบราซิล หรือแม้กระทั่งฝรั่งเศสแชมป์โลกก็ตาม แต่เบลเยียมยังไม่เคยพุ่งชนความสำเร็จ อย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักครั้ง ในการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร รอบสุดท้ายเบลเยียม เคยผ่านเข้ามาก่อนหน้านี้แล้ว 5 ครั้ง แต่ผลงานที่ดีที่สุด ของพวกเขาคือเบลเยี่ยม

การได้รองแชมป์ยูโรปี 1980 ที่เจอกับเยอรมันตะวันตก ชนะเลิศนั่นถือว่าเป็นครั้งเดียว ที่พวกเขาใกล้เคียงกับคำว่าแชมป์มากที่สุด เมื่อ 4 ปีก่อนเบลเยี่ยมกลับตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย เพราะว่าไปแพ้ให้กับเยอรมัน  1-3 สร้าง ประสบการณ์ในการกระหายเเชมป์ ของพวกเขานั่นเอง แต่ตอนนี้กับทีมชาติ เบลเยี่ยม ที่กำลังอยู่ในยุคโกลเด้นเจนเนอเรชั่น นักเตะหลายคนเริ่มเก่า

และทีมชุดนี้ก็เล่นด้วยกันมานานพอสมควร ที่จะทำให้การรอคอย ของแฟนบอลในการเป็นแชมป์ ระดับเมเจอร์รายการแรกของประเทศ สิ้นสุดลงในฟุตบอลยูโรครั้งนี้ ซึ่งผลงานในรอบคัดเลือกของ เบลเยี่ยม ก็สวยหรูสมกับความคาดหวังเมื่อพวกเขา กับเข้ารอบท้ายมาด้วยผลงาน ชนะแบบไม่แพ้ใครเลยแม้แต่เกมเดียว แถมยังยิ่งคู่แข่งไปถึง 40 ประตู

เฉลี่ยแล้วก็เสียไปแค่ 3 ประตูจาก 10 นัด เรียกได้ว่าระดับเทพจริงๆ โดยผลงานทั้งหมดส่วนหนึ่ง ก็ต้องยกเครดิตให้กับโรเบร์โต้ มาร์ติเน กุนซือหนุ่มชาวสเปน ตีเส้นทางการคุมทีมค่อนข้างจะแปลกเหมือนกัน เพราะว่าเขาได้สั่งสมฝีมือการคุมทีม จากสโมสรระดับเทพมาแล้ว ยังมีระดับล่างในอังกฤษ แต่ยังไม่เคยคุมทีมใน ลาลีกาสเปน ลีกบ้านเกิดในสักครั้ง

มาติเนพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานหนัก จนทีมจะมีผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่วันที่เขาเข้ามาคุมทีม เบลเยียม ครั้งแรกเมื่อจบยูโร 2016 แล้วทำให้เบลเยียม ได้เป็นทีมแถวหน้าของผู้ค้าฟุตบอล อย่างเห็นได้ชัดอยู่ในปัจจุบัน และในการประกาศรายชื่อนักเตะเบลเยียม 26 คนสุดท้าย ของมาติเน ก็ไม่ทำให้แฟนบอลจะผิดหวัง เมื่อรวมนักเตะดัง

และซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าไว้มากมาย ซึ่งทีมชุดนี้กลับมาติเนมั่นใจสุดๆ ว่าลูกทีมเขาพร้อมแล้วสำหรับการเข้าชิงแชมป์ เป็นกลุ่มนักเตะที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า ตอนค้วาที่ 3 ฟุตบอลโลก 2018 อีก ด้วยประสบการณ์ในเกมใหญ่ ที่เพิ่มมากขึ้น สามารถกลบจุดด้อยที่เคยมีมาจนหมดสิ้นไปแล้ว หลังจากจบฟุตบอลโลก นักเตะเก่าๆของเบลเยียมหลายคน

อาจจะอำลาทีมไป ซึ่งในรายการใหญ่ในครั้งต่อไป อาจไม่มีชื่อในทีมชุดนี้ ที่มาติเนเลือกมันก็ยังมีนักเตะประสบการณ์สูงมากมาย แล้วก็ยังเหมาะกับระบบ 3 4 3 ของเขาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โธมัส แฟร์เมเลน กองหลังที่เล่นอยู่ในเอเชียกับวีโก้โก เบซิมง มินโญเลต์ นาเซอร์ ชาดลี่มิชี่ บาตชูอายี่ หรือแม้แต่กระทั่ง เรียนเดทด็อกเตอร์ ก็เหมาะเหลือเกิน

กับแผนการเล่นของมาติเน แต่ชุดเด็ดๆจริงๆชุดนี้ กลับก็ยังคงเป็นบรรดาเหล่าแนวระดับประกาฬ ที่รวมเอาความสุดยอดจากนักเตะซุปเปอร์สตาร์ จากทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปมาไว้ด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ทัวนาเม้นรอบสุดท้าย เบลเยี่ยม ยิงได้ไม่เกิน 4 ประตู ตลอดทั้งรายการ จะมีก็แต่ยูโรครั้งก่อน ที่พวกเขายิ่งได้ 19 ประตู

ซึ่งนำมาโดย เอแดน อาซาร์กัปตันทีม และแกนหลักของทีม จากแล้วที่ในฤดูกาลนี้ อาการบาดเจ็บของเจ้าตัว จะรุมเร้าจนไม่สามารถลงเล่น ให้กลับมาเล่นได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ความเป็นผู้นำและประสบการณ์ของเขา ยังคงสำคัญกับทีม ไม่ต้องพูดถึงเลย เรื่องความสามารถในการตัดสินเกมของเขา ที่อาศัยพระมาช่วยทีมในยามครับขันได้เสมอ

แต่ถ้าพูดถึงเกมรุกของเบลเยียมชุดนี้ หลายคนคงจะโฟกัสไปที่ เควิน เดอะบอย มากกว่า เพราะว่าตอนนี้เรียบร้อย ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะ ที่ดีที่สุดของโลกคนหนึ่ง ก็บอกว่าตอนนี้เขาอยู่ในระดับเดียวกันกับ ลีโอเนล เมสซี หรือว่าคริสเตียโน่โรนัลโด ก็ต้องบอกว่าคำยกย่องนั้น ไม่ได้โอเวอร์เกินจริงไปเลย เบลเยียมชนะทั้งหมด 57 นัด

จากทั้งหมด 78 นัด ที่มีเครดิตเรียบร้อย อยู่ในสภาพพร้อมใช้ติด ยิงทั้งหมด 20 ประตู 37 แอสซิสต์ ในแบบผิดพลาดทำให้กองหลังทีม ที่ถูกตามประกบ เขาจะต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตกันเลยทีเดียว ส่วนของออกไปเกมรุกของ มาร์ติเนเป็นกองหน้าที่ครั้งหนึ่ง อาจจะมีแต่คนเคยหัวเราะใส่เขา แต่ถ้าถึงเวลาที่ โรเมลู ลูกากู เอาจริงแล้ว

แล้วก็ option คงจะขำไม่ออกกันเลยทีเดียว เพราะนี่คือ ดาวซันโว สูงสุดตลอดกาลของทีมชาติเบลเยียม ปีนี้คงเป็นของลูกากูไปอีกนาน จากฟอร์ปัจจุบัน และดูจากร่างกายแข็งแกร่ง และปีนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุด ในชีวิตของลูกากู เลยก็ว่าได้ นี้เป็นเครื่องการันตีได้ดีเลย ว่าตอนนี้เขาอยู่ในช่วงที่เเรงขนาดไหน แต่ในทุกทีมย่อมมีจุดอ่อนอยู่แล้ว

และจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดจาก เบลเยี่ยม ชุดนี้ของ โรเบร์โต้ มาร์ติเน ก็คือเกมรับนั่นเอง ยาน แฟร์ทองเก้นอายุ 34 ปี โทบี้ อัลเดอร์ ไวเรลด์อายุ 32 ส่วนแฟมาเลนก็ปาไปแล้ว 35 กองหลังที่มีอายุขนาดเนี่ย จะเยอะเข้าขั้นด้วย เรื่องภาพนิ่งประสบการณ์เด็ก ก็หาพอทนได้อยู่ แต่สภาพร่างกายที่เรียกว่า สังขานอาจไม่เที่ยงก็เป็นได้ ฟุตบอลแบบทัวร์นาเมนต์

ที่ต้องเล่นติดต่อกันทั้งเดือน แถมตัวสำรองอยากโตโยต้า หรือเจสัน เด็นอาโย คุณภาพการทดแทน มันทดแทนกันไม่ได้ ยังไม่รวมถึง ติมอ ผู้รักษาประตู อย่างที่บอกไปฟอร์มการเล่น ดูผีเข้าผีออก พร้อมจะโชว์ฟอร์มเทพและโชว์ฟอร์มเหมือนได้ในทุกแมตช์ ช่างเป็นเรื่องที่ มาติเนต้องรีบหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุด ก่อนสัปดาห์แรกในฟุตบอลยูโรครั้งนี้

แบ่งสายกลุ่ม B เบลเยี่ยม ในฟุตบอลยูโร2020 ไม่หวั่นเจอทีมโหด

มาดูกันแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาถูกจับให้ไปอยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับเดนมาร์ก ฟินแลนด์ และรัสเซีย ซึ่งดูจากรายชื่อแล้ว อาจไม่ใช่กับดักทีมแข็งอะไรมากมาย แต่ทุกทีมที่เข้ามาถึงรอบสุดท้ายได้ ต้องไม่ใช่ทีมธรรมดา ต้องมีของดีติดตัวกันมาทั้งนั้น ที่มีมาร์ตินเน กำหราบกองหน้าของ บาร์เซโลนา และแมตช์เปิดใหม่เข้านำทีม ก็เป็นของแสลงสำหรับเบลเยี่ยม

เจอกันที่ไหน เบลเยียม แพ้มากกว่าชนะ กับฟินแลนด์ที่มีทั้ง ปุ๊กกี้กองหน้าจากบราซิล ทีมน้องใหม่นำทัพ ก็เป็นทีมที่เวลาเจอกับเบลเยี่ยมทีไร ทำผลงานได้ดีตลอดเช่นเดียวกัน คงจะมีแต่รัสเซีย ที่เป็นช่วงถ่ายเลือดใหม่ ที่ดูแล้วน่าจะเข้าทางมากที่สุด ซึ่งเราจะได้เห็นกันในนัดเปิดสนามของเบลเยียม ในยูโรครั้งนี้ การกลับมาเล่นฟุตบอลยูโร

ในฐานะที่ประดับหนึ่งของโลก ย่อมเรียกไม่ได้ ที่จะทำให้ประเทศเล็กๆจาก เบลเยี่ยม ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ แต่จากมุมมองของแฟนบอล ที่อาจจะไม่รู้จัก หรือยังไม่เชื่อในตัวเขามากนัก ก็ไปเกิดคำถามว่าเขามีดีแค่ไหน ครองเบอร์หนึ่งของโลกมานานหลายปี เขาตอบคำถามของทุกคนให้หมดข้อสงสัย และเป็นเครื่องยืนยัน ว่าเขาดีพอครองตำแหน่งเบอร์หนึ่งของโลกต่อไป กับกุนซือคนเก่ง โรเบร์โต้ มาร์ติเน 

รับรองได้เลยว่า การแข่งขันฟุตบอลยูโร2020 ให้ความมันส์กับแบบชดเชยอย่างแน่นอน แล้วเรามาเจอกัน ในเกมการแข่งขัน ที่ต้องมีการถ่ายทอดสดกันอย่างต่อเนื่องเเน่นอน ในศึกฟุตบอลยูโร2020

ติดตามการถ่ายทอดสดได้ที่<<<<<< sports7m.com >>>>>>>>

ฟุตบอลต่างประเทศ ล่าสุด