วันที่ 1 สิงหาคม 2021 2:18 PM
Sports7m.com

พอล แกสคอยน์ ถึงผมจะบ้าแต่ก็ไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง

อัพเดทเมื่อ 20 มิถุนายน 2021 เข้าดู 8 ครั้ง

พอล แกสคอยน์ ถึงผมจะบ้าแต่ก็ไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง

พอล แกสคอยน์ ถึงผมจะบ้าแต่ก็ไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง ว่ากันว่าอัจฉริยะนั้นยืนอยู่บนเส้นกั้นบางๆ ระหว่างคำว่าบ้ากับคนปกติ จะมีสิ่งที่เหมือนกันคือความหมกมุ่นหลงใหล ในสิ่งที่ตนนั้นให้ความสนใจ และจะต้องสร้างสรรค์สิ่งเหล่านั้นออกมา เป็นผลงานชิ้นเยี่ยมให้โลกได้เห็น เช่นเดียวกับนักฟุตบอลตัวเทพในตำนาน ที่เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเขาในวันนี้ครับ พอล แกสคอยน์ นี่คือหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาล วงการลูกหนังอังกฤษเคยมีมาและแม้กระทั่งทุกวันนี้นะครับ ก็ยังไม่อาจมีนักเตะอังกฤษคนไหน เทียบชั้นเขาได้ๆรับการยกย่องว่า เขามีวิทยายุทธลูกหนังที่เข้าขั้นอัจฉริยะ

และอย่างที่บอกไว้ครับอัจฉริยะนั้น มักจะมีคาแรคเตอร์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร ประวัติ พอล แกสคอยน์ เขาเกิดในปี 1967 ที่ประเทศอังกฤษทำงานในโรงงาน ส่วนคุณพ่อมีอาชีพขนถ่านที่หลงไหลในวงดนตรี the beatles จนนำมาตั้งเป็นชื่อให้กับลูกชายของเขา จึงกลายมาเป็นชีวิตของเขานะครับ ต้องผ่านพบกับความสูญเสียต่อหน้าต่อตา มาตั้งแต่ 10 ขวบเมื่อเพื่อนของเขาถูกรถชนตาย ต่อหน้าต่อตากลางถนน ผมเสียใจทุกครั้งเมื่อนึกถึง เพราะผมปล่อยให้เขาวิ่งเล่นอยู่ตรงถนนคนเดียว

มันคือความผิดผมเองไม่ใช่แค่ครั้งเดียวนะครับ ที่เขาต้องเผชิญกับเรื่องราวร้ายๆ ที่พรากชีวิตคนแบบนี้อีกครั้งหนึ่ง ก็คือเขาต้องเสียเพื่อนไปเพราะอุบัติเหตุเกี่ยวกับเครื่องจักร มันคือความเศร้าในใจที่เขานั้นรู้สึกว่า ความตายมันน่ากลัวและนั่นคือจุดเริ่มต้น ที่พาเขามารู้จักกับสิ่งที่จะเติมเต็ม ช่องว่างในหัวใจฟุตบอลครับเขาเริ่มต้นในการเข้าทีมท้องถิ่น ที่มีชื่อว่าเกรทบอยและได้รับการจับตามอง จากมุมมองของหลายทีม แต่การเริ่มต้นมันก็ไม่ได้ง่ายดายนะครับ

เขาเล่นให้ทีมต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น ทีมเซาแธมป์ตันแต่คำตอบที่ได้รับกลับมา คือเขายังไม่ดีพอจนกระทั่งในปี 1980 พอล แกสคอยน์สโมสรนิวคาสเซิลเข้าไปร่ำเรียนวิชาลูกหนัง ในขณะที่เขามีอายุเพียง 13 ปีตัวเขาเองมีพรสวรรค์ในเชิงลูกหนัง ที่มากเกินกว่าเด็กทั่วไปและได้รับการจับตามอง อย่างใกล้ชิดแต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งเช่นกันครับ ที่เขามีมากกว่าเด็กทั่วไป ก็คือความฮาความเพี้ยนและความบ้าบ่นั่นเอง แต่เขาจะใช้จ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงที่ได้รับทั้งหมด ไปกับการเล่นตู้เกมเสมอจนเงินไม่พอก็ถึงขั้นแปลงร่างเป็นขโมยของ ตามร้านค้าเพื่อมาเติมเต็ม ความอยากเล่นเกมของเขาด้วย

ประธานสโมสรนิวคาสเซิลในจอร์จเบสได้กล่าวว่าพอลแกสคอยน์ ไร้สมองแต่เมื่ออายุได้ 15 ปีต่อแกก็เริ่มคิดได้ว่า เขาควรเลิกนิสัยพวกนี้และหันมาเอาจริงเอาจัง ทำงานหนักเพื่อการเป็นนักฟุตบอล อย่างจริงจังเป็นเพราะฐานะครอบครัว ที่ไม่สู้ดีนักเขาจึงอยากแบ่งเบาภาระพ่อแม่ โดยการนำเงินที่เขาได้จากฟุตบอลไปจุนเจือครอบครัว ผมไม่ค่อยกังวลเรื่องความตายแล้วในตอนนั้น ฟุตบอลทำให้ผมลืมมันไป ฟุตบอลสามารถทำให้ผมมีเงิน ไปให้ครอบครัวและเมื่ออัจฉริยะเกิดความตั้งใจขึ้นมา ทุกอย่างก็ดูสดใสได้หมดครับ

อายุ 16 ปีเขาก็ได้รับการดันเข้าสู่ทีมเยาวชน อย่างจริงจังและด้วยทักษะที่เขามี เขาจึงได้รับปลอกแขนกัปตันทีมรุ่นอายุ 18 ปีและพาทีมเด็กสาลิกาดงคว้าแชมป์ FA youth cup ปี 1985 ซึ่งตัวเขาเองก็ทำ 2 ลูกนี้นัดชิงและรางวัลที่เขาได้รับในตอนนั้น ก็คือโอกาสให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ในปีเดียวกันนั้นเองครับแม้จะอายุน้อย แต่ชื่อเสียงและความอัจฉริยะ ของเขานั้นโด่งดังขึ้นมากลางใจสาวกทุกคน

และน้อยครั้งนักที่ทีมจะมีนักฟุตบอลเก่ง ที่ขึ้นมาจากระบบทีมเยาวชนจากนั้นครับ เขาก็ได้กลายมาเป็นตัวหลักของทีมในวัย 18 ปีมีแฟนบอลให้ความรักเป็นอย่างมาก มาจนกระทั่งว่าครั้งหนึ่งที่สาวกต่างพร้อมใจกัน ตะโกนเรียกชื่อของเขาออกมาอย่างกึกก้อง สนามเซนต์เจมส์ปาร์ค เลยทีเดียวใช่ครับแม้ว่าเขาจะอายุยังน้อย แต่เขาก็มีสถานะเป็นฮีโร่ของทีมไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับฉายาแกสซ่าได้ถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้นครับ ports7m.com นำเรื่องราวนักเตะที่ได้ชื่อว่า ถึงผมจะบ้าแต่ก็ไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ

พอล แกสคอยน์

พอล แกสคอยน์ อัจฉริยะลูกหนังโลกตะลึง

ความโด่งดังของเขานั้นมัน ได้ส่งกลิ่นหอมหวลไปทั่วประเทศ โดยฝีเท้าที่เข้าขั้นฟ้าประทาน พอล แกสคอยน์ มีหลายที่ติดต่อเข้ามาไม่ขาดสาย ปีสุดท้ายกับนิวคาสเซิลเขาครองตำแหน่งดาวรุ่ง ยอดเยี่ยมแห่งปีและเป็นทีมสเปอร์ตปิ่นเกล้าเข้ามาปาดหน้า แมนยูไนเต็ด ในการคว้าตัวอัจฉริยะลูกหนังคนนี้ไปคลอง ใช่แล้วครับแม้แมนยูจะสนใจในตัวเขา แต่นี่ก็คือเส้นทางเดินที่เขาเลือกเอง และเขาก็ได้เลือกสเปอร์สตอนผมเห็นเขาเล่น ผมรู้ทันทีว่านี่คือสุดยอดนักฟุตบอล

แกรนฮอตเดิ้ลกุนซือผู้เข้ามาร่วมชายคา ได้กล่าวถึงแกสคอยน์ไว้เช่นนั้นในฤดูกาล 1989-1990 เขาสร้างผลงานพาทีมไก่เดือยทอง จบอันดับที่ 3 ในลีกและคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของ BBC ไปคลองผลงานยอดเยี่ยมของเจ้าตัว ทำให้เขามีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ในฐานะตัวความหวังของชาติ ไปลุยศึกฟุตบอลโลก 1990 โดยในเวลานั้นนะครับวงการฟุตบอลอังกฤษ ต่างตื่นเต้นกันแบบสุดๆและมีความหวังจริงจังว่าภายใต้ นักเตะฟ้าประทาน พอล แกสคอยน์

จะสามารถยุติการรอคอยถ้วยแชมป์โลก ซึ่งมันก็เกือบจะเป็นเช่นนั้นจริงๆครับ เพราะในตอนนั้นเขาทุ่มเททุกอย่าง ที่เขามีและพาทีมไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศเขาทุ่มเททุกอย่างแม้มันจะต้องโดนใบเหลือง ในรอบรองชนะเลิศและรู้ว่าไม่มีสิทธิ์เล่น นัดชิงถ้าทีมได้เข้ารอบแต่เขาก็ยังคงวิ่งทำเกม เพื่อทีมอย่างบ้าคลั่งเหมือนวันนั้นเป็นวันสุดท้ายในชีวิต หลังอกหักจากฟุตบอลโลกกลับมา เขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้ในปี 1991 ในเกมนัดชิงชนะเลิศด้วยความบ้าระห่ำเขาไปเสียบสกัดผู้เล่นคู่แข่งขันอย่างรุนแรง

และกลับทำให้เขาบาดเจ็บเอง และต้องพักรักษาตัวนานถึง 16 เดือนในช่วงนี้นะครับเขาก็เริ่มกลับไป เป็นเด็กที่ติดตู้เกมอีกครั้ง แต่ทว่าในวัยนี้มันไม่ใช่ตู้เกมครับแต่มันเป็นแสงสีเสียงในแวดวงนักเที่ยว ไม่ว่าจะหายเจ็บกลับมาแต่เขาก็ยังไปบาดเจ็บซ้ำอีก เพราะเกิดอุบัติเหตุในผับที่เขาเที่ยว แต่ถึงอย่างนั้นนะครับเขาก็ยังคงเป็นนักฟุตบอล ที่ใครก็ต้องการอยู่แล้วก็เป็นลาซิโอ ทีมจากอิตาลีที่สมหวังในการที่ได้ตัวเขาไปคลองในปี 1992 โดยได้กล่าวถึงการย้ายตัวของแกสคอยน์ในครั้งนี้ว่าผมยินดีกับเขาด้วย แต่ความรู้สึกผมเหมือนตรงข้ามเหมือนตัวเอง ขับรถคันใหม่ตกเหวก็ไม่ผ่านชีวิต บนแผ่นดินอิตาลีของแกสซ่า

ไม่มีผลงานอะไรที่เรียกว่าเป็นชิ้นเป็นอันเลยครับ เพราะเขาไม่สามารถปรับตัว ให้เข้ากับสถานที่ใหม่ได้เลย แถมเขายังตกเป็นเป้าเล่นงานจากซืออิตาลี ที่คอยจ้องแต่จับหาพฤติกรรมของเขา ซึ่งตัวเขาก็เพี้ยนจริงๆนั่นแหละครับ โดยครั้งหนึ่งเขาขออนุญาตสโมสร กลับไปเฉลิมฉลองคริสต์มาสที่อังกฤษ แต่การได้รับบาดเจ็บกลับไป เพราะเหตุจากการนอนตกเตียง และอีกครั้งที่เขาต้องบาดเจ็บซะเอง โดยเขาเสียบใส่เพื่อนร่วมทีมระหว่างซ้อม จนต้องพักรักษาตัวนานเป็นปีหรือวีรกรรมแสบสันที่ลืมไม่ลง ประธานสโมสรลาซิโอแวะมาเยี่ยมชม การซ้อมของทีมและทักทายกับนักเตะโดยแกสคอยน์

ด้วยความที่ภาษาอิตาลียังไม่แข็งแรง เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆได้กล่าวคำทักทาย ผิดเพี้ยนไปเป็นสวัสดีครับหน้าอกลูกสาวโคตรใหญมเลย ถึงแม้จะบ้าบอแค่ไหนนะครับแฟนบอลลาซิโอ กับรักเขาและไม่เคยโห่ใส่เขาเลย สาเหตุเพราะว่าแม่เขาจะดูเหมือนคนบ้าๆบ๊องๆ แต่เขานั้นมีความจริงใจที่สัมผัสได้โดยแฟนบอลลาซิโอคนหนึ่ง ได้กล่าวว่าอาจจะเป็นเพราะว่าความบ้าบอ ของเขานั่นแหละที่ทำให้เราหลงรัก ในตัวเขาเมื่อไม่อาจสร้างความโดดเด่น เขาจึงตัดสินใจครั้งใหม่ในการย้ายทีมอีกครั้ง และครั้งนี้ครับคือการไปร่วมทีม กลาสโกว์เรนเจอร์สในสก็อตแลน

แกสซ่า ไอ้ขี้เมากลับใจในวันที่ยังไม่สายเกินไป

สถานะมาเป็นพระเจ้าแห่งเหล่าสาวก ranger ได้ทันทีโดยเกมแห่งความทรงจำ คือการที่เขาระเบิดฟอร์มเอาชนะ เซลติกปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองในเกมสุดท้ายของฤดูกาล โดยแกสคอยน์พาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 2 ครั้งและบอลถ้วยภายในประเทศอีกรายการ และนอกเหนือจากพรสวรรค์ ที่เขาทำให้ชาวสก็อตติชได้ชื่นชม อีกสิ่งหนึ่งที่เขานำมันมาด้วย นั่นคือความเพียรความบ้าระห่ำ และความห่าวเกินโดยผู้บรรยายครั้งหนึ่ง เมื่อเขายิงประตูได้และเขาไปแสดงอาการดีใจที่ซือไปในทางเหยียดหยาม กับแฟนบอลเซลติกและไม่ใช่แค่แฟนบอลนะครับ ยังรวมไปถึงผู้ก่อการร้ายในไอร์แลนด์

ที่ขู่จะฆ่าเขาอีกด้วยจากการกระทำดังกล่าว อีกวีรกรรมที่เข้าขั้นบ้าแบบทุเรศ คือการที่เขาไปแกร้งเจโร่กัตตูโซ่ โดยการนำอุจจาระของตนเองไปใส่ในกระเป๋าของเจโร่กัตตูโซ่ เปิดมาเจอจนวงแตกกันไปเลยทีเดียว แต่ก็แปลกเหมือนกันเพราะแม่จะทำอะไรแบบนั้น แต่เจโร่กัตตูโซ่ก็ยังรำลึกถึงความดี ที่แกสคอยน์เคยทำให้กับเขาและยกย่องว่า เป็นคนดีคนหนึ่งที่เขาเคยเจอด้วย เจโร่กัตตูโซ่ได้กล่าวไว้ว่าตอนนี้ผมย้ายไปที่นั่น ผมแต่งตัวไม่เอาไหนเลยแกสคอยน์ เดินเข้ามาหาผมแล้วบอกผมว่า ไอ้หนูแกไปหาสูตรใส่ซะจะได้ดูดี สโมสรมีสัญญากับห้องตัดสูทในเมือง ลองไปวัดตัวแล้วลงบัญชีไว้ได้เลย

ผมก็ทำตามที่เขาบอกนั่นแหละ แต่ในภายหลังผมกลับมารู้ว่า ห้องตัดสูทไม่ได้มีสัญญาอะไรกับทีมหรอก แต่แกสคอยน์นั่นแหละที่ออกเงินค่าใช้จ่ายให้ผม ทั้งหมด เมื่อชีวิตของแกสคอยน์มาเป็นปัญหา ที่ทีมเก็บไว้ก็สร้างแต่ความปวดหัว กาสโกเรนเจอจึงขายเขากลับคืนประเทศอังกฤษ ให้มารับช่วงต่อในปี 1998 การกลับมาครั้งนี้เขามีโอกาสอันดี ที่จะแสดงความสามารถ เพื่อติดทีมชาติอังกฤษไปดูฟุตบอลโลกในปี 1998 แต่เขากลับไม่สนใจสิ่งนั้น และมีคนพบเห็นเขาออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อนฝูงจนสว่างคาตา

ข่าวโจมตีเขาอย่างหนักเช่นกันเพราะความสำเร็จที่มาของ ฉายาแกสซ่า มันเป็นข่าวชั้นดีที่สุดและขายได้ ชีวิตของเขาในช่วงนี้คือความสุขที่แท้จริง เพราะพื้นที่ในทีมก็ไม่มีที่ให้เขาอีกต่อไปแล้ว ในตอนนั้นครับเขาเริ่มต้น มีอาการติดเหล้าอย่างหนัก และดื่มอย่างหัวราน้ำตาทุกครั้ง ที่มือสัมผัสกับแก้วเหล้า แม้จะได้ย้ายไปร่วมทีมเอฟเวอร์ตันแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แถมยังเป็นภาระให้กับทีมทอฟฟี่ ต้องนำตัวเขาไปบำบัด อาการติดเหล้าซะด้วยซ้ำไป แต่ทว่ายังมีเรื่องดีๆที่เขาทำ อย่างในตอนนั้นนั่นก็คือการที่เขา บริจาคเงินช่วยเหลือทีม KFC ที่กำลังจะล้มละลายความทรงจำ การช่วยทีมในบ้านเกิดของเขาเอง ผมต้องการช่วยเท่าที่ผมทำได้

ถึงผมจะเพี้ยนไปบ้าง แต่ผมก็ไม่เคยทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลังแกสคอยน์ ได้กล่าวไว้ชีวิตหลังจากนั้น เขาก็ย้ายไปจีนช่วงสั้นๆเกี่ยวกับบทบาทผู้เล่นและโค้ชให้กับทีมการจุดเทียนมา ก่อนกลับมาที่บอสตันยูไนเต็ด และบอกลาวงการฟุตบอลอย่างเป็นทางการ โดยบทบาทของผู้เล่นที่นั่นเขาเลิกเล่นฟุตบอล เราจะพบเห็นข่าวเกี่ยวกับปัญหาชีวิตของเขา ทุกครั้งเขาดื่มหนักสุดขีด และมีอาการช็อคในบางครั้ง ที่ดื่มเกินลิมิตชีวิตมนุษย์จะรับไหว แต่ความตายก็ยังไม่เรียกหาเขาๆจึงรอดมาได้ทุกครั้ง

โดยในครั้งหนึ่งแกสซ่าดื่มเหล้าติดต่อกัน 32 แก้วรวดเดียวจนเขาน็อคฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล  พอล แกสคอยน์ปัจจุบัน เพื่อนๆในวงการฟุตบอลและนอกวงการ ต้องช่วยกันระดมเงินลงขันเพื่อพาเขาไปรักษาตัว ที่สหรัฐอเมริกาและกลับมาเป็นคนปกติ ที่ไม่มีดีกรีสุราอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็จะหันหน้าเข้าหามันใหม่ และอีกครั้งหนึ่งที่เขาปรากฏตัวแบบช็อคสายตาคนทั้งโลก คือสภาพของคนขี้เมาในชุด เสื้อคลุมตัวเดียวโทงเทงลงจากรถแท็กซี่ เพื่อไปซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ต นั่นเป็นเพราะว่าเขาตกอยู่ในสถานะสิ้นเนื้อประดาตัว จากปัญหาที่รวมเขาไม่หยุดไม่หย่อน แต่เป็นอีกครั้งหนึ่งนะครับที่เขาสามารถ กลับมาเป็นปกติอีกครั้งพร้อมทั้งยัง ได้รับเกียรติให้ลงสนาม ในเกมเปิดสนามใหม่ของท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์อีกด้วย

เหล่าแฟนบอลก็ยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เขาจะไม่กลับไปหาปีศาจสุราอีกต่อไป เขาสามารถกลับมาเป็นปกติชนอีกครั้ง และต่อจากนี้คือคำพูดที่เราเพื่อนๆและคนที่ร่วมโครงการมีต่อตัวของแกสคอยน์ ได้กล่าวไว้ว่าในยุคสมัยของเขาเขาคือที่ 1 ฟุตบอลที่เขาเล่นมันมอบรอยยิ้ม และความสุขให้ทุกคนตำนานทีมชาติเดนมาร์ก ได้กล่าวไว้ว่าเขาเป็นสุดยอดนักฟุตบอล ของยุคสมัยโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ในช่วงเวลาของเขากองหลัง ไม่สามารถหยุดเขาได้เลย

ตำนานทีมชาติอิตาลีได้กล่าวไว้ว่า ถึงคนจะมองว่าเขาเพี้ยนแต่ในสายตาผม เขาคือคนดีเขามอบรองเท้าฟุตบอล ให้ผมที่ลาซิโอและชุดตกปลา ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมแต่นั่นแหละน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ และพร้อมมอบให้กับคนรอบข้างเขา ผมยังยืนยันคำเดิมเสมอว่าแกสซ่า คือนักเตะที่เก่งที่สุดที่ผมเคยเล่นด้วย โดยเฉพาะในฟุตบอลโลกในปี 1990 เขาคือนักเตะที่โคตรอัศจรรย์เลย แฟรงค์แลมพาร์ดตำนานนักเตะทีมชาติอังกฤษ ในยุคหลังของพอลแกสคอยน์ ที่กล่าวไว้ว่าผมเฝ้ามองเขาอย่างหลงไหลตั้งแต่เด็กๆ แล้วฝันว่าสักวันผมจะเก่งอย่างเขา

ข่าวฟุตบอล ล่าสุด