วันที่ 4 สิงหาคม 2021 11:25 PM
Sports7m.com

ตำนานเล่าขาน เอล กลาซิโก้

อัพเดทเมื่อ 22 พฤษภาคม 2021 เข้าดู 12 ครั้ง

ตำนานเล่าขาน เอล กลาซิโก้ ตำนานความขัดแย้งแห่งความเกลียดชัง

ตำนานเล่าขาน เอล กลาซิโก้ ตำนานเล่าขานอาจจะพูดถึงอีกแบบหนึ่ง ที่มีความดุเดือดเลือดพล่านในสนาม คงอยู่ที่พลการพบเจอกันระหว่าง บาร์เซโลน่าพบกับเรอัลมาดริด รายชื่อที่ใช้สำหรับให้ฟุตบอลทั้งคู่เลยนะครับ หลายๆคนคงทราบกันดีว่ามันคือศึก ตำนานเล่าขาน เอล กลาซิโก้ ครับตัวเทพฟุตบอลมีข้อมูลเรื่องราวประวัติความเป็นมา ที่อาจจะต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า มันคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันมาอย่างยาวนานแล้ว

ตำนานเล่าขาน เอล กลาซิโก้ ได้ถูกบัญญัติขึ้นมานานแล้วแต่ถูกขนานนาม แทนการพบกันระหว่างบาร์เซโลน่าและ รีลอัลมาดริด โดยทั้งสองทีมนะครับ คือตัวแทนจากแคว้นกาตาลุญญาและแค้นกาซิญา เหตุผลที่ว่าฟุตบอลคู่นี้มีการเดิมพัน ที่ไม่ใช่แต่มันเป็นการเดิมพัน ที่มีค่ามากกว่าศักดิ์ศรีแล้วมันหมายถึ งการเดิมพันด้วยชาติกําเนิด รวมไปถึงการเมืองวัฒนธรรมประเพณีภาษา ที่แตกต่างแคว้นกาตาลุญญาเป็นเมืองหลวง ได้ถูกทางฝรั่งเศสและสเปนข่มเหงมาตลอด แต่ก็พยายามต่อสู้ยืนยันยัดจนมีทุกวันนี้ได้

และปัจจุบันนะครับเหมือนกาตาลุญญาติ ก็ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลสเปน ให้เป็นรัฐบาลท้องถิ่นที่สามารถปกป้องตัวเองได้ และแคว้นกาซีญายอดทีมมีเมืองหลวง ให้ได้รู้ในอดีตทั้งสองฝ่ายนี้นะครับ ได้มีความเจริญรุ่งเรืองมานานแล้ว และต่อไปนี้ผมจะขอเล่าเรื่องราวความหมายของทั้งสองทีม เป็นเรื่องที่ย้อนกลับไปในปี 1928 สมาชิกผู้ก่อตั้งฟุตบอลลีกสเปน ได้ก่อตั้งทีมฟุตบอลจำนวน 10 ทีมจะเริ่มการแข่งขันฟุตบอลอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในสเปนและก็เป็นประเทศทีมที่คว้าแชมป์รายการที่ใหญ่ที่สุดในปี 1899 ครับได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นของสเปน และผลจากสงครามครั้งนั้นก่อให้เกิดเป็นเผด็จการ ของนายพลฟังโก้พร้อมแนบร่วม ให้พยายามรวบรวมอำนาจสเปน เป็นหนึ่งเดียวกันโดยพยายามรวมแคว้นต่างๆ

เข้าด้วยกันโดยมีเป้าหมายให้แคว้นกาซีญา เป็นเมืองหลวงดินแดนแห่งสวรรค์ แต่นโยบายของนายพลฟังโก้ใช้ในทางที่กดขี่ ข่มเหงประชาชนทำให้มีความเป็นชาตินิยมไม่พยายามต่อสู้มาโดยตลอด และนั่นจึงเป็นเหตุการณ์ให้ทั้ง 2 แคว้นที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ขึ้นในปี 1936 นายพลฟังโก้ได้แต่งตั้งนายพลสนิดขึ้นมาได้ใช้อำนาจในการให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง เป็นประธานสโมสรบาร์เซโลน่าจะทำลายล้างสโมสรฟุตบอลแห่งนี้

และเกิดเป็นผลสำเร็จครับเมื่อเขาสามารถทำให้ รีลมาดริดกับบาร์เซโลน่า เป็นหนี้สินมากมาย แต่สุดท้ายคนคนสนิทของนายพลฟังโก้ ก็ทนแรงกดดันจากแฟนบอลและผู้คนของแคว้นกาตาลุญญาไม่ไหว จึงได้ขอออกจากตำแหน่งไปในที่สุด ส่วนปัญหาทางการเงินของสโมสรบาร์เซโลน่า ได้การช่วยเหลือจากประเทศเม็กซิโก ทำให้สโมสรรอดพ้นจากการล้มสลายไปในที่สุด และจะโดนกลั่นแกล้งครับมีอยู่สองเหตุการณ์

ในขณะที่ไฟลุกได้ทำให้สองทีมนั้น โกรธแค้นเช่นกันนั่นก็คือเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในปี 1996 มีรายงานจากทางสเปนว่า มีนักเตะของรีลมาดริดถูกยิงเสียชีวิตในแคว้นกาตาลุญญา ไม่มีหลักฐานว่าคนนั้นถูกยิงด้วยสาเหตุใด คงเป็นเหตุการณ์ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่เหตุการณ์ที่ 2 นะครับเกิดขึ้นในปี 1930 ในเกมฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศระหว่าง รีลมาดริดกับแอตแลนติโก้มาดริด พ่ายไปจากการตัดสินของผู้ตัดสิน ชาวใกล้แคว้นกาตาลุญญาและนั่น คือเรื่องจริงที่ผู้ตัดสินคนนั้น ได้ตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม ชนิดที่เรียกว่าน่าเกลียดเกินกว่าที่จะรับได้ เป็นเรื่องทั้งเมืองจะได้รับเรื่องบาดหมางกันมาโดยตลอด

และไม่ได้มีผู้นำชื่อซานติเอโก้เบอร์นาบิว อดีตประธานสโมสรรีลมาดริด ได้รับการแต่งตั้งจากผู้นำในสมัยนั้น เพื่อเป็นการตอบแทนที่เคยเป็นทหารสู่รบมาด้วยกัน ได้มีการนำชื่อของสโมสรใช้มาจนถึงปัจจุบัน ได้รับตำแหน่งประธานสโมสร สิ่งที่เขาทำอย่างไรก็คือการส่งสารไปถึง สโมสรบาร์เซโลน่า เขาบอกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองสโมสรนั้น จะดีขึ้นเร็ววันแต่สุดท้ายนะครับคำพูดที่เขียนไปศาลนั้น ไม่ได้ตรงตามการกระทำของผู้นำคนใหม่ ได้แต่อย่างใดเพราะนายฟังโก้พยายามให้สโมสรรีลมาดริด เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นสโมสรบาร์เซโลน่าอยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเน้นเรื่องการแทรกแซง และกลั่นแกล้งในการซื้อตัวผู้เล่นบาร์เซโลน่า โดยเหตุการณ์ทั้งหมดโดยรวมและผู้สนับสนุน และแคว้นกาตาลุญญาของบาร์เซโลน่าขึ้นในนั้น ซึ่งในตอนนั้นนะครับทำให้สโมสรบาร์เซโลน่านั้น ได้รับผลกระทบจากการกลั่นแกล้งต่างๆ ของผู้มีอำนาจในสงครามครั้งนี้ แต่เหตุการณ์แรกๆนะครับปัญหาหนักนั้นไม่ได้เกิดขึ้น กับสโมสรเพียแต่อย่างใดมันเกิดขึ้นจากบุคคล

เพียงไม่กี่คนและเกิดขึ้นในสภาวะสงคราม ซึ่งเรื่องราวนี้นะครับเพราะน่าจะเป็นข้อมูลที่กล่าวต่อกันมา และอาจจะมีการบิดเบือนเรื่องราวกันไป แต่นี่แหละครับคือเรื่องหลักๆที่เกิดขึ้น ของคำว่าบาร์เซโลน่าและรีลมาดริดจาก sports7m.com นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลยครับจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ ทำไหมเวลาที่ทั้งสองทีมนี้ลงแข่งขันกันในสนาม เล่นกันยังกำลังออกไปสู้รบเพราะมันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีนั้นเอง

ตำนานเล่าขาน เอล กลาซิโก้

ตำนานเล่าขาน เอล กลาซิโก้ ศึกเอลกลาซิโก้ปี 2009-2010

ศึกเอลกลาซิโก้ปี 2009-2010 เอลกลาซิโก้ฟุตบอลวันนี้ ขอพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปยังฤดูกาล 2009-2010 ที่สนามซานติอาโก้เบอร์นาบิวในประเทศสเปนมันเป็นเกมรีลมาดริด เปิดบ้านรับการมาเยือนของบาร์เซโลนา และมันกลายเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่สุด คำตอบที่ได้มีมายาวนาน และหลายคนเรียกสิ่งนี้ว่าเอลกลาซิโก้นิโกรทางเจ้าบ้านนำทีมโดย กัปตันทีมอย่างอีเก้คาซิยาดและตัวหลักอย่างคู่กองหน้า เป็นคู่ใหม่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกตอนนั้นอย่าง คลิสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ต้องมาประชันแข่งกับนักเตะมหัศจรรย์ อยากเรียกแมสซี่ทีมเยือน ที่มาพร้อมกับกัปตันทีมที่คอยบัญชาเกมตรงกลางสนาม เริ่มเกมบาร์ซ่าได้เขียรูปก่อนโดยสปอร์ตไลท์ในเกมหลายดวงส่งไปยังชายเบอร์ 9 สีขาวยางรั่วเป็นพิเศษยุคนั้นยอมทุ่มเงิน ซื้อตัวมาแต่สุดท้ายก็กลายเป็นบาร์เซโรน่าที่ทักทายก่อน

จากจังหวะเตะขวาและเลี้ยงเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะล้มลงจังหวะโดนเฉี่ยวล้มลง ในเขตโทษทำให้เจ้าบ้านใจหายหมดเลย แต่หลังรจากนั้นขึ้นมาบ้างเขาไม่ลากมันก็เลยไม่ต้องก่อนจะจ่ายมาที่ตรงกลาง วิ่งมากดเล่นๆแต่บอลเหินหลุดกรอบออกไปใกล เริ่มเปิดแลกกันสนุกและลิโอเนลเมสซี่ แสดงให้เห็นถึงการเป็นนักเตะพรสวรรค์ในการกระชากลากเลื้อย ผ่านผู้เล่นของรีลมาดริดจนเรียกได้ฟาร์วหลายครั้งเรื่อยๆ สมกับคำว่าศักดิ์ศรีมีการเข้าถึงลูกถึงคน แบบไม่ยอมกันและเป็นจังหวะที่มีความถนัดทางซ้ายกระแทกใส่เมสซี่ล้มลงไป จนถูกเป่าฟาร์วและรีบลุกขึ้นมา รับบอลเร็วจากเพื่อนก่อนจะยิงด้วยขวาผ่านตัวเข้าประตูไป

สโมสรบาร์เซโลน่าดีใจ ต่อหน้าแฟนบอลรีลมาดริด และส่งให้แฟนบอลทีมเยือนได้ตะโกนอย่างสะใจ รีลมาดริดจากนั้นเกือบได้ประตูตีเสมอโดยเร็วๆ จากลูกเตะมุมที่กองหลังบาร์เซโลน่า สกัดไม่ขาดยิงบอลหลุดกรอบข้ามคานออกไป แบบที่แฟนบอลต้องพร้อมใจกันเสียดายทีเดียวจบครึ่งแรก พอครึ่งหลังเริ่มขึ้นไม่ถึง 10 หลุดทางขวาก่อนจะเตะบอลหลุดกองหลัง เข้าไปยิงเล่นทางนี้มีแค่เข้าประตูไปแบบเหนือชั้น

ประตูได้แต่ทำหน้าเซ็งไม่รู้ว่าจะช่วยป้องกันยังไง และเป็นช่วงเวลาที่าต่างๆก็ระวังอารมณ์ ของแฟนบอลดีใจในขณะที่แฟนบอลเจ้าบ้าน ต่างทำหน้าเซ็งไปตามๆกันเลยทีเดียวครับ ที่เจ้าบ้านก็หลุดอีกครั้งหนึ่งในจังหวัะกโด้ แต่จังหวะหลุดเดียวก็ยังทำอะไรไม่ได้ โอกาสรอดตัวแต่ก็ยังยิงไปติดเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม และช่วยให้บาร์ซายังคงไม่เสียประตู จากนั้นมาดริดก็ได้ระยะฟรีคิกไกล

และเป็นคริสเตียโน่โรนัลโด้ได้รองวัดกำลังขา แต่ว่าการยิงยังไม่สามารถทำอะไนได้เลย ลูกมันตรงตัวเบาเดสสบายๆอีกครั้งหนึ่ง ในการเข้ามาในกรอบตัดสินใจยิงยัดอีกครั้งหนึ่ง แต่เบาเดสยังยอดเยี่ยมออกมาป้องกันได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เกินความสามารถของเบาเดส และเป็นการยิงนอกกรอบเขตโทษบ้างครับในจังหวัดยิงเต็มข้อ

จากนันเป็นบาร์ซาเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่อง จากมีคนเดิมให้บอลกับเมสซี่หลุดเดียวโล่งๆ ก่อนจะยิงไปติดผู้รักษาประตูที่ช่วยชีวิตทีมเอาไว้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคนเดิมเซฟได้อย่าเหลือเชื่อ อย่างเหลือเชื่อเวลาไกล้หมด แต่ยิ่งทำให้แฟนบอลรีลมาดริดนั้น หมดหวังลงไปทุกทีครับหลายคนเริ่มทยอยกลับบ้านกันก่อน ทั้งๆที่ยังไม่หมดเวลาการแข่งขัน หลังจากที่ทนเห็นทีมรักของตน แพ้ต่อทีมอื่นไม่ได้แต่ก่อนเป็นเวลา 5 นาทีทางซ้ายก็จะเปิดบอลเข้ากลาง กองหลังบาร์เซโลน่าเคลียร์ไม่ขาดก่อนยิงเข้าประตูไปไม่เหลือ

จุดกำเหนิดแห่งสงคราม เอลกลาซิโก้ สงครามบนพื้นหญ้า

จุดกำเนิดแห่งสงครามและ สถิติเอลกลาซิโก้ ทั้งสงทีมเจอกันทั้งหมดเป็นครั้งที่ 245 ครับลงเตะกันมาอย่างยาวนานทั้งคู่นี้ ลงเตะโดยเฉพาะในลาลีกาในการเจอมาแล้ว 181 ครั้งนะครับเป็นชัยชนะที่ใกล้เคียงกันมากๆ มาดริดชนะไป 73 ครั้งบาร์ซาชนะไป 72 ครั้งบอลถ้วย 36 ครั้งเป็นมาดริดชนะไปได้ 12 บาร์ซาชนะไป 16 และก็เจอกันในแชมเปี้ยนส์ลีกมาด้วย ในการเจอกันทั้งหมด 8 ครั้งมาดริดชนะไป 3 บาร์ซาชนะไป 2 รวมไปถึงซุปเปอร์ espana เจอกันเวลา 20 ครั้งมาดริดชนะบาร์ซาชนะ 2 – 4 ครั้งที่ผ่านมาสองทีมเจอกัน 96 ครั้งบาซ่าชนะไป 16 เสมอไป 52 ครั้งมาดูนะครับว่าทีมจะมีไหนจะเอาชนะกันได้

หรือว่าจะเสมอกันไปในเกมซึ่งถ้าพูดถึง ลาลีกาสเปนบาร์เซโลน่ายุคหลังๆ ก็ได้แชมป์บ่อยครั้งเป็นสมัยที 26 กับลาลีกากาสเปนส่วนรีลมาดริดได้แชมป์ทั้งหมด 34 สมัยโดยฤดูกาลล่าสุดเป็นความสำเร็จ ของราชันชุดขาวเรอัลมาดริด ของกุนสื่อซีด้านนั้นเองในการทำผลงาน ของมาดริดสองเกมล่าสุดครับ ทั้งในเกมลาลีกาสเปนก็แพ้ต่อทีมน้องใหม่รวมไปถึงแพ้คาบ้านซะด้วยซ้ำแพ้ไป 2 ต่อ 3 เรียกว่า 2 เกมที่ผ่านมามาดริดพ่ายแพ้ทั้ง 2 เกมซึ่งมาดริดที่พ่ายแพ้เนี่ยก็เพราะว่า ไม่มีเซร์คิโอรามอสสุดยอดแนวรับพันธุ์ดุพันธุ์โหด

ซึ่งมาดริดพ่ายแพ้ถึง 7 กับ 8 เกมในยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกเมื่อไม่มีลามอสอยู่ในทีม และก็อย่างที่บอกเจอกันมันยาวนานแล้ว ก็หลายครั้งมากแล้วครั้งแรกที่เจอกันเป็นบาร์เซโลน่าชนะไปได้ 3-10 ตั้งแต่ 13 พฤษภาคมปี 1902 นะครับแล้วก็ครั้งล่าสุดเนี่ยเป็นราชาชุดขาวรีลมาดริดชนะไปได้ 2-1 มีนาคมในปี 2020 แล้วก็ผลที่คาดร้อยที่สุดเนี่ยต้องย้อนกลับไปครับในโคปาเดลเรย์ 19/6/19  มาดริดเอาชนะบาร์เซโลนาได้ 11 ประตูต่อ 1 แถมนั่นมันก็ยาวนานมากๆแล้วนะครับ

แต่ถึงแม้ว่าทีมจะโกรธจะเกลียดจะแพง แต่ยังไงก็แล้วแต่มันก็มีนักเตะ ที่เคยเล่นทั้งสองสโมสรทั้งบาร์ซาและมาริดด้วยกันมาแล้ว จุดเริ่มต้นของศึกอันยิ่งใหญ่ที่สุดเอลกลาซิโก้จะได้ถูกบัญญัติมันนานแล้วนะครับ และก็ถูกขนานนามแทนการพบกันระหว่าง บาร์ซาและก็มาดริดเป็นตัวแทน ของแคว้นกาตาลุญญาเลยทีเดียว กับบาร์ซาที่เป็นตัวแทนจากแคว้นกาตาลุญญา สดมาดริดเป็นแทนจากกาซีญาแน่นอนที่สุด ในภาคใต้ฟุตบอลพันธุ์แท้ที่ย่อมรู้ว่า เกมฟุตบอลเกมนี้มันยิ่งใหญ่มันมีศักดิ์ศรีค้ำคอ มันมีอะไรที่มากกว่าคำว่าฟุตบอล ทีมคู่อริหลายประการที่มาพบกันด้วยเหตุผลที่ว่า เกมฟุตบอลคู่นี้เนี่ยมันมีสิ่งที่เดิมพัน ที่ไม่ใช่ตัวเงินและเป็นการเดิมพันที่มีค่ามากกว่าศักดิ์ศรี

แต่นั่นหมายถึงการเดิมพัน ด้วยชาติกําเนิดการเมืองวัฒนธรรมประเพณีภาษา ล้วนแต่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและลึกซึ้งเป็นอย่างมาก ในอดีตกาตาลุญญาเป็นเมืองหลวงทั้งฝรั่งเศสแล้ว แต่ก็พยายามต่อสู้ยืนยันจนถึงทุกวันนี้ ได้ปัจจุบันอย่างแผนการต่อสัญญาก็ได้รับการยอมรับ จากรัฐบาลสเปนให้รัฐบาลท้องถิ่นที่สามารถปกครองตนเองได้ ก็ถือเป็นความขัดแย้งใดเช่นเดียวกัน ระหว่างแคว้นกาตาลุญญากันแล้วกาซีญาที่มีมติเป็นเมืองหลวง คำว่าการปกครองตัวเองซึ่งเป็นภาษาพื้นบ้าน สันนิษฐานคำว่ามีรากศัพท์และความหมายเดียวกับกาซีญา ซึ่งแปลเป็นไทยแล้วก็หมายความว่าเมืองแห่งคฤหาสน์

ซึ่งทำให้พอได้รู้ว่าทังสองแคว้นมีความเจริญรุ่งเรือง มานานแล้วนะย้อนกลับไปในปี 1928 สมาชิกผู้ก่อตั้งฟุตบอลลีกมีจำนวน 10 ทีมจะเริ่มแข่งขันฟุตบอลอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสเปน และเป็นบาร์เซโลน่าที่คว้าแชมป์ไปได้ในตอนแรกครับ นั่นเป็นการคว้าแชมป์ในรายการที่ใหญ่ที่สุด ในแผ่นดินเป็นทีมที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1899 หลังจากนั้นก็เป็นการรวมอำนาจ ของอาณาจักรที่เก่าแก่ในลาลีกาสเปน คว้าแชมป์เป็นว่าไม่คาดคิดคาดฝันของโลก มันก็เกิดขึ้นเมื่อเกิดสงครามการเมืองของสเปน และก็เป็นฝ่ายเผด็จการของนายพลฟังโกครองอำนาจไปโดย นับตั้งแต่ยุคเรืองอำนาจของนายพลฟังโก้

อดีตผู้นำเผด็จการของสเปนเป็นยุคที่มีการจุดประกาย ให้ฟุตบอลคู่นี้ดุเดือดเป็นต้นมา จากบาร์เซโลน่านับตั้งแต่ยุคเรื่องอำนาจ ไปตามนโยบายรวมเป็นหนึ่งเดียวได้พยายามรวมหลายแคว้นให้เป็นสเปนเดียวโดยมุ่งให้แคว้นกาสีหน้าเป็นแดนเซอร์วันอาทิตย์เดินไปผิดทางเนี่ยก็รายการที่กดขี่ข่มเหงประชาชนการละเมิดสิทธิต่างๆรวมทั้งภาษาท้องถิ่น และห้ามใช้ภาษาประจำสองแคว้น ที่มีความเป็นชาตินิยมสูงมากและพยายามต่อสู้มาโดยตลอด จนกระทั่งการต่อสู้จบลงแล้วก็สิ้นลมหายใจของท่านฟังโก้ และการอัญเชิญกษัตริย์ฮวนคาร์ลอสขึ้นครองราชย์

ฟุตบอลต่างประเทศ ล่าสุด