วันที่ 4 สิงหาคม 2021 9:43 PM
Sports7m.com

ขอนแก่น ยูไนเต็ด

อัพเดทเมื่อ 8 เมษายน 2021 เข้าดู 14 ครั้ง

ขอนแก่น ยูไนเต็ดขอนแก่น ยูไนเต็ด เชือดม้าคะนองศึก 3-1

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ผลงานการออกไปถล่ม ม้าคะนองศึก 3-1 เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้จงอางผยอง กุมความได้เปรียบในการเพลย์ออฟ นัดสอง ที่จะเปิดรังวันที่ 10 เม.ย.นี้ ทันที

เพราะถ้าพวกเขาสามารถผ่านเข้าไปชิงตั๋วใบที่ 3 ได้ นั่นหมายความว่าเหลืออีกไม่กี่ก้าวเท่านั้น ที่จะทะยานไปสู่ลีกสูงสุดของเมืองไทย ตามความฝันของผู้บริหารและแฟนบอล ที่อยากจะเห็นวันนั้นมาโดยตลอด

แต่ตามกว่าจะมีวันนี้ของทัพ ขอนแก่นยูไนเต็ด พวกเขาเองก็ผ่านอะไรมาเยอะมากๆ หรืออาจจะบอกได้ว่า เกือบจะ ไม่มีชื่อทีมนี้ อยู่ในสารบบของวงการลูกหนังสยามประเทศไปแล้วก็ว่าได้

โร้ดแม็พเลื่อนชั้น ย้อนกลับไปราวๆ 6 ปีก่อน เมื่อจบฤดูกาลของปี2015 ของลีกโซนอีสาน ด้วยการเป็นแชมป์ จากการลงแข่ง 34นัดชนะ26เสมอ4แพ้4 ในช่วงที่มีการวางระบบสรรหาทีมฟุตบอลจากลีกภูมิภาค ขอนแก่น ยูไนเต็ด ก็เป็น1 ใน4 ของทีมฟุตบอล ระดับหัวกะทิ ที่ได้สิทธิให้ขึ้นสู่ดิวิชั่น1 ในปี2559 จากทั้งหมด12 ทีม ที่ทำผลงาน จนได้เข้ามาเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก

และนี่ก็คงจะเป็นเวลา 1 ปี ที่ทีมฟุตบอลที่ก่อร่างสร้างตัวได้อย่างรวดเร็วมาก จนทำให้ได้ถูกถูกบันทึกในวงการฟุตบอล ว่าเป็นต้นแบบกับการสร้างทีมที่ประสบความสำเร็จได้แบบมหัศจรรย์ ซึ่งทุกอย่างคือเส้นทางที่ผู้บริหารของ “ขอนแก่น ยูไนเต็ด” วางเอาไว้ คือ “2016 เลือนชั้นสู่ลีกรอง 2017 ทะยานถึงไทยลีก และ 2018 เป็นต้นไป ต้องซิวตั๋วไปลุย เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก”

ทุกอย่างพังทลาย หนังสือที่ลงนาม โดย พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉบับที่ 022 / 2559 เรื่อง การเพิกถอนสิทธิสมาชิกภาพสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด โดยเนื้อหาคือ การมีมติออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์ของสภากรรมการฯ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่มีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคม ฯ เป็นประธาน เห็นควร ให้สโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด ออกจากการเป็นสมาชิกภาพของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

และเนื่องจากการที่พบเบาะแสที่เชื่อได้ว่า เรื่องของการทำร้ายร่างกายกรรมการผู้ตัดสิน ในการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ของการแข่งขันระหว่าง จงอางผยอง กับ นักรบรวงทอง ในเดือนกรกฏาคม โดยผลการแข่งขันที่ออกมาในขณะนั้นคือ เจ้าบ้าน ขอนแก่นยูไนเต็ด พ่ายไป 0 ประตู ต่อ 1

ซึ่งผู้ที่เป็นเหยื่อจากเกมนี้ ก็คือ กรรมการที่ลงทำหน้าที่ตัดสินนามว่า สรพงษ์ ไกรเนตร ที่ถูกแฟนบอลดักทำร้ายระหว่างเดินทางกลับ แม้ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทางสโมสรมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ด้วยหรือไม่ โดยในบันทึกระบุว่า

จากการที่มีการทำร้ายร่างกาย นายสรพงษ์ ไกรเนตร ซึ่งเป็นคณะกรรมการผู้ตัดสิน ในการแข่งขันฟุตบอลรายการยามาฮ่าลีกดิวิชั่นหนึ่ง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่24 เดือน กค. ปี2559 เหตุการณ์ระหว่างสโมสรฟุตบอลจงอางผยอง กับ สโมสรฟุตบอลนักรบรวงทอง เชื่อมโยงถึงสโมสรฟุตบอลจงอางผยอง โดยตรงการกระทำดังกล่าวมีลักษณะอุกอาจ และรุนแรงร้ายแรง ก็เพราะว่าเป็นการกระทำต่อผู้ตัดสินซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ ในการตัดสินการแข่งขัน และเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย อย่างร้ายแรง

สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบแล้ว เห็นว่า สโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด กระทำความผิดฝ่าฝืนข้อบังคับตามข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจากเรื่องดังกล่าวอย่างมาก จึงได้อาศัยอำนาจตามความในข้อที่ 15 ที่ว่าสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย นั้นจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ระงับสมาชิกภาพของสโมสรฟุตบอลของทีม ขอนแก่นยูไนเต็ด รวมถึงห้ามมิให้ผู้บริหารของสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด ข้องเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่จัดโดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อีกต่อไป”

“ขอนแก่น ยูไนเต็ด” ได้สิทธิ์กลับเข้ามาร่วมการแข่งขันอีกครั้ง

คัมแบ็คหลังมติสภาปี 60 ในที่สุดเหมือนฟ้ามีตา เพราะทัพ “ขอนแก่น ยูไนเต็ด” ได้สิทธิ์กลับเข้ามาร่วมการแข่งขันอีกครั้ง หลังจากที่เสียงโหวตในที่ประชุมสามัญใหญ่ ประจำปี ออกเสียงเห็นชอบไม่ถึง 3 ใน 4 ของคะแนนเสียงทั้งหมด

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 28 เม.ย.ปี60 ในห้องประชุมบุญยจินดา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยมีการจัดประชุมสามัญใหญ่ประจำปี 2560 ในวาระที่ประชุมได้มีวาระการระงับ การเป็นสมาชิกสภาพของสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ทีมจากยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่นที่ 1 ปัจจุบันคือ T เมื่อฤดูกาลปี 2016

และผลปรากฎว่า ที่ประชุมได้มีผู้เห็นชอบการระงับสมาชิกสภาพของสโมสร จงอางผยอง ทั้งหมด 19 เสียง จากทั้งหมดที่มี48เสียง ซึ่งคะแนนไม่ถึง3ใน4ของคะแนนเสียงทั้งหมด จึงทำให้สโมสรทีม ขอนแก่นยูไนเต็ด ยังได้สิทธิ์กลับเข้ามาเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้ง โดยที่จากนั้นพวกเขาได้ลุยในโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือฤดูกาลปี 2018 โดยที่ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า NEXT GENERATION และพร้อมกับเปิดตัวนักเตะ อาทิเช่น 1.สกลวัชร์ สกลหล้า 2.บิลล์ สีดา 3.เนลสัน เทเรส และดักลาส โคโบ โดยที่ซึ่งสามารถทะยานขึ้นไปสู่ไทยลีกที่ 3 ได้ในซีซั่นต่อมาทันที

การก้าวสู่ลีกพระรองแบบยิ่งใหญ่ การทุ่มเทของทางด้านของ บิ๊กต้อม วัฒนา ช่างเหลา ท่านประธานสโมสรไฟแรง ที่ทำให้ทีมสามารถเอาชนะ เสือป่าราชา ในรอบชิงไทยลีก 3รวมผลสองนัด ขนะไป 4-2 คว้าแชมป์ฤดูกาลปี 2019 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

ด้วยขุมกำลังอย่างทงด้านของ ธนา ชะนะบุตร นัดเตะกองหน้าอดีตทีมชาติไทย อาทิตย์ สุนทรพิธ พ่อลูกนิ่งอดีตทีมชาติไทย ดักลาส โคโบ้ และกองหลังชาวบราซิล เปาโล คอนราโด้ ส่วนปีกความเร็วสูงชาวบราซิล โจ้แจ๋ว สุวิทย์ ไปพรมราช วิงแบคซ้ายตัวจี๊ดของทีม

จากที่ทั้งหมดนั้น ได้มีส่วนช่วยให้ทีมทะยานจากไทยลีก3ให้มาสู่ลีกพระรองอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วย ก่อนที่พวกเขาจะดึง ตัวทางด้านของซูกาโอะ คัมเบะ ให้มาเป็นเฮดโค้ช ก็เพราะด้วยประสบการณ์ที่เจนจัดในสนาม ของเขาในยุทธภพของลีกพระรอง

และก็เนื่องจากเคยพา เจ้าแมวพิฆาต สวาทแคท เลื่อนชั้นสู่ไทยลีกได้ และเคยคุมทีมอย่าง พยัคฆ์ล้านนา เทพอินทรี และ พญาไก่ชน แต่แล้วก็ต้องมีอันแยกทางก่อนจะจบซีซั่น ทำให้ไปดึง โค้ชบอส ปฏิภัทร รอบรู้ กลับมาคุมทีมอีกครั้งหนึ่ง

เส้นทางต่อจากนี้ การเข้ามาของ โค้ชบอส ปฏิภัทร รอบรู้ แน่นอนว่าเป็นการคุ้นมือกันอยู่แล้ว เพราะเขานี่แหละที่พาทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 3 มาครอง ก่อนที่ทีมจะแยกทางกัน ซึ่งมากกว่า 80 เปอร์เซนต์ของนักเตะในทีม

ก็พร้อมสู้ให้เขาแบบถวายหัวอยู่แล้ว ยิ่งการได้ โค้ชแมน ธนา ชะนะบุตร มาช่วยติวในเกมรุก ระหว่างการรักษาอาการบาดเจ็บนั้น เสมือนว่าผู้บริหารของ ขอนแก่นยูไนเต็ด ต้องการหล่อหลอมใจให้กับนักเตะมากยิ่งขึ้น

ด้วยการปกครองกันเอง ใบแบบของพี่น้อง ถึงแม้ว่าผลงานที่ผ่านๆมาในช่วงหลังๆ ของพวกเขายังไม่ดีมากในลีกนี้ แต่ก็สามารถประคองตัวให้ก้าวมาเล่นในรอบเพลย์ออฟได้สำเร็จ จึงถือว่าขอยอมเหนื่อยอีก 4 เกมเท่านั้น ก็เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าคู่ควรกับลีกพระรองหรือไม่

และในส่วนของเกมที่บุกไปชนะ ทางฝั่งของม้าคะนองศึก 3-1 เห็นได้ชัดว่า การวางหมากของพวกเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการมี ลักษณะ คำรื่น ที่มีส่วนกับ 3 ประตูในการกระซวกถึง ห้วยม้า สเตเดี้ยม ยิงนำ 1-0 เรียกจุดโทษหนี 2-0 และแอสซิสต์ให้ทิ้งห่าง 3-0 ทั้งหมดคือความยอดเยี่ยมของแข้งสารพัดประโยชน์วัย 34 ปีที่เล่นได้ทั้งริมเส้น แบ็กขวา ปีกขวา-ซ้าย

  • ติดตามอ่านข่าวสารวางการฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ :  sports7m.com
ข่าวฟุตบอล ล่าสุด