วันที่ 4 สิงหาคม 2021 9:46 PM
Sports7m.com

ก้าวไปข้างหน้า

อัพเดทเมื่อ 1 เมษายน 2021 เข้าดู 4 ครั้ง

ก้าวไปข้างหน้าก้าวไปข้างหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฟนบอลหัวใจพองโต

ก้าวไปข้างหน้า ผลงานในช่วงนี้ของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นได้ทำให้แฟนบอลหัวใจพองโตมากขึ้น ทั้งด้านฟอร์มการเล่น และทั้งบรรยากาศในทีม ที่กำลังเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่อาจจะยกเว้นการตกรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก โดยที่สร้างความผิดหวังเป็นอย่างมาก ให้เหล่าสาวกปิศาจแดงเป็นอย่างมาก แต่ผลงานในลีกที่ดีขึ้นต่อเนื่อง รวมไปถึงผลงานล่าสุดในศึกคาราบาว คัพ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วย นั่นก็เพียงพอทำให้กองเชียร์ลืมเรื่องราวในศึก ยูซีแอล ไปได้บ้าง
และยิ่งถ้าเป็นผลงานล่าสุดในการบุกชนะ เอฟเวอร์ตัน จนไปถึง ทางด้านกูดิสัน พาร์ค จึงเป็นการตอกย้ำและ ยังเพิ่มความสุขให้กับแฟนบอลของทางด้าน ยูไนเต็ด เพราะนอกจากจะเอาชนะคู่แข่งได้สำเร็จ ฟอร์มการเล่นของบรรดานักเตะยังยอดยี่ยมอย่างมากเช่นกัน

สำหรับใครที่ได้ดูถ่ายทอดสดการแข่งขันนั้น ต่างพูดเสียงเดียวกันว่า ทีมปิศาจแดง ในชุดที่บุกชนะ ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน ได้เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมานั้น สามารถเล่นได้มันสุดติ่งและมีความดุดันอย่างมากเลย โดยเฉพาะในช่วง 45 นาทีแรกนั้น ที่กดดันเจ้าบ้านแทบโงหัวไม่ขึ้นเลย และเหลือเพียงจังหวะจบสกอร์เท่านั้น ที่ทีมทำไม่ได้ แต่ซึ่งดีว่า ทางด้านของทีมเอฟเวอร์ตัน ที่ไม่สามารถฉวยโอกาสได้เลย หรือพลิกสถานการณ์หาจังหวะตอบโต้ ทำให้ผีแดง ได้แบบจังเบอร์ ส่งผลให้ลูกทีมของทางด้าน โอเล่กุนนาร์โซลชา แทบครองเกมตลอดเวลา 90 นาที

และเมื่อว่ากันถึงการจัดทีมกันก่อนเลย เพราะว่าในนัดที่ผ่านมานั้น ทำให้โซลชา ได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงใน 9 ตำแหน่ง และมีเพียงเจ้า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เท่านั้นที่เพิ่งทำสถิตินักเตะลงสนามมากที่สุด โดยที่หากนับเป็นนาทีของปีที่ 2020 และทางฝ่ายชอง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในตำแหน่งกองกลาง ตัวจอมแบกที่ลงเล่นต่อจากนัดถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด

และนักเตะที่เหลือ ก็คือ บรรดาตัวสำรอง และนักเตะที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในเกมเอาชนะเจ้า ทีมยูงทอง โดยที่พวกเขาได้โอกาสลงสนามเพื่อแสดงผลงาน และนักเตะเหล่านั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ซึ่งรูปเกมช่วงแรกที่ทางด้านของ กูดิสันพาร์ค ได้แสดงให้เห็นว่าในบรรยากาศและเรื่องของสปริตในทีมผีแดง ซึ่งตอนนี้นั้นกำลังพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเหล่านักเตะได้แสดงให้เห็นความอยากเล่น และความมั่นใจในการสร้างผลงาน และไฟที่ลุกโชน แต่ละคน ทำให้เดินหน้าบดบี้ฝ่ายตรงข้ามไม่ให้หายใจเลย โดยเฉพาะแนวรุกที่สลับสับเปลี่ยนเล่นงาน ทอฟฟี่สีน้ำเงิน แบบไม่ให้ตั้งตัว

และที่สำคัญด้วยการเล่นระบบ 4-2-3-1 นั้นโดยมีทางด้านของ เนมันย่า มาติช ซึ่งเป็นตัวยืนต่ำสุดในแผงมิดฟิลด์ โดยได้ส่งผลให้นักเตะทั้ง 5 คนที่อยู่ข้างหน้ารวมไปถึงแบ็กสองฝั่ง ได้เดินหน้าเต็มเกมแบบไม่มีความเกรงใจเจ้าบ้านการยืนตำแหน่งของทางด้าน มาติช เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ ก็เพราะเขาจะสลับสับเปลี่ยน ในการทำหน้าที่กองกลางตัวตัดเกมบ้าง ซึ่งบางครั้งลงต่ำไปยืนเป็นปราการหลังทั้ง 3 คนร่วมกับทางด้านของ แม็กไกวร์ และเจ้า เอริค ไบยี่ โดยกองกลางชาวเซอร์เบียยังคงเดินหน้า ไล่ทำเกมในบางจังหวะหรือโอกาสที่เห็นสมควร

แต่ถ้าเกิดว่าจะเรียก มาติช นั้นว่าคือผู้ปิดทองหลังพระตัวจริงของเกมที่ผ่านมา และการเคลื่อนที่ รวมไปถึงการยืนตำแหน่ง การตัดเกม การช่วยเชื่อมเกมระหว่างแนวรับที่ทำได้ยอดเยี่ยมทำให้ทีมแทบจะไม่เจอการคุกคามที่อันตรายเลยสิ่งนั้นยิ่งทำให้ บรูโน่ กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค หรือแม้แต่ ปอล ป็อกบา สามารถเคลื่อนที่ทำเกมได้เต็ม และแน่นอนว่าทั้งสามรายก็ไม่ได้ลืมงานของตนเองในการช่วยไล่บอลสร้างความปั่นป่วนให้กับแผงมิดฟิลด์ เอฟเวอร์ตัน

ยังต้อง ก้าวไปข้างหน้า แม้จะเปลี่ยนนักเตะไปถึง 9 ราย

ต้องบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ก้าวไปข้างหน้า เหนือกว่าชัดเจนแม้จะเปลี่ยนนักเตะไปถึง 9 ราย แต่นั่นก็ได้แสดงให้เห็นว่าคุณภาพเชิงลึกของทีมดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ โซลชา สามารถวางใจสลับสับเปลี่ยนได้แบบที่ตนเองต้องการ หากย้อนไปก่อนหน้านี้ โซลชา มักพูดเสมอถึงคุณภาพเชิงลึกของทีม โดยเฉพาะในการแข่งขันปัจจุบันนี้ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เพียง 11 นักเตะชุดแรก

แต่บรรดาตัวสำรองหรืออะไหล่ข้างสนามก็เป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้ทีมนั้นๆ ประสบความสำเร็จ และเกมที่ผ่านมาถือเป็นสัญญาณที่ดีในการพัฒนาของ ปิศาจแดง ในยุค โซลชา แม้ว่าอาจจะมีช่วงที่กระท่อนกระแท่นสะดุดไปบ้างในบางครั้ง

เมื่อมองดูผลงานที่ทางด้านของ กูดิสันพาร์ค นั้นได้ส่งสัญญาณที่ดีหลายๆสิ่ง อันดับแรกเลย ก็คือ ในด้างบรรยากาศของทีมนั้น ที่กำลังดำเนินไปอย่างยอดเยี่ยมมาก และสีหน้านักเตะทุกคนนั้น ก็ต่างแสดงให้เห็นถึงความสุขอย่างมาก และความปรารถนาในการสร้างผล และที่สำคัญคือความมุ่งมั่นที่แสดงออกมาพร้อมผลงาน

สอง คือคุณภาพเชิงลึก (อย่างที่เรียนไปข้างต้น) การสลับหมุนเวียนนักเตะถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกๆ ทีมในเวทีพรีเมียร์ลีกช่วงนี้ เพราะอย่าลืมว่าเมื่อเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส แต่ละทีมต้องลงสนามอย่างต่อเนื่องและติดๆ กันไปจนถึงต้นปีหน้า

เมื่อพูดถึงนัดการแข่งขันที่ผ่านๆมา จะเห็นได้ว่าในนัดที่ผ่านมาจึงได้ผลทั้งในเรื่องของผลการแข่งขัน เป็นการได้พักนักเตะได้ดีมาก และยังเพื่มความมั่นใจให้กับบรรดาตัวสำรองมากขึ้นกว่าเดิม เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือการได้เห็นความยืดหยุ่นขอมทีมที่มีมากขึ้น และรวมถึงในแง่ของแผนการเล่นที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้น ในหลากหลายรูปแบบในช่วงหลัง ยกตัวอย่างเกมที่ผ่านมา มีหลายๆ ครั้งที่นักเตะยืนตำแหน่งแตกต่างออกไป แต่นั่นไม่ได้ทำให้รูปเกมหรือรูปขบวนเสียไป แต่ยิ่งทำให้ทีมมีความหลากหลากหลายมากขึ้น

เมื่อเรารู้ว่าเมื่อเราป้องกันได้ดี ทำให้เรามีนักเตะที่จะทำให้เราคว้าชัย สปิริตในทีมดีจริงๆ ในการเอาชนะมอบพลังงาน และมอบแรงกระตุ้นให้กับเกมต่อไป เมื่อคุณชนะมันไม่สำคัญ ว่าคุณทำอย่างไรและคุณรู้ว่าคุณจะได้รับพลังงาน เราเอาชนะได้ เรานั้นเข้ารอบได้ ดังนั้นบางทีการเปลี่ยนทีมเหล่านั้นอาจจะไม่สำคัญ แต่ผลการแข่งขันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและเราเข้ารอบ

ทำให้บรรดานักเตะรู้ว่าเราเชื่อใจพวกเขาว่า เรามีทีมที่ใหญ่และในฤดูกาลนี้ทุกๆ คนต้องก้าวขึ้นมาในช่วงที่เวลาแตกต่างกัน มันเป็นเกมใหญ่สำหรับนักเตะที่ไม่ได้ลงสนามมานาน ยกตัวอย่าง แอ๊กเซล ตวนเซเบ้ และ เอริค ไบญี่ พวกเขาไม่ได้เล่นมานาน พวกเขาได้ดีจริงๆ”

และสิ่งที่ผ่านมานั้น ก็คือข้อความบทสัมภาษณ์บางส่วนของทางด้าน โซลชา วึ่งในช่วงหลังจบเกมล่าสุด ทำให้ต้องบอกว่าเห็นด้วยกับการที่เขากล่าวว่า เมื่อคุณชนะมันไม่สำคัญว่าคุณทำอย่างไร เพราะบางครั้งแฟนบอลไม่สนหรอกว่าจะคว้าชัยมาด้วยวิธีไหน แต่ขอให้ทีมรักกลับออกมาในฐานะในฐานะผู้ชนะก็พอ แต่สำหรับกุนซือและนักเตะ เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเพราะมันคือเรื่องของแนวคิดและความเข้าใจในเกม นอกจากนั้นมันคือแนวทางของทีมที่จะทำให้นักตะทุกๆ คนเข้าใจร่วมกัน

สำหรับทางด้านของ ทีมปิศาจแดง โดยที่ผลงานที่ผ่านอาจจะเป็นสัญญาณที่ดีว่า เหล่านักเตะเริ่มเข้ากันได้ดีขึ้นมาก และกำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันด้วย กับที่กุนซือและโค้ชของทีมต้องการด้วย ซึ่งหลักฐานสำคัญคงหนีไม่พ้นผลงานและ ผลการแข่งขันที่ออกมาในช่วงหลังนี้ มันคือการเริ่มต้นเส้นทางที่ยอดเยี่ยมของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการยืนระยะในเกม เพราะอย่าลืมว่าทีมของ ทางด้านโซลชา บทจะเล่นดีก็ดีใจหาย แต่บทจะพลาดก็พลาดได้แบบที่ไม่ต้องการคำอธิบายใดๆ เลย …

ซึ่งเมื่อถึงด่านต่อไปของทางด้าน โซลชา และลูกทีมถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ เป็นอย่างมากของพวกเขาเพราะต้องออกไปเยือน ทางด้านทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งจัดว่ามีอันดับเป็นที่ 2 ของตารางเป็นเดิมพัน สถิติของทีมปิศาจแดง ซึ่งเป็นต่อชัดเจนโดยเฉพาะในลีกที่ไม่แพ้ จิ้งจอกสีน้ำเงิน ได้มากถึง11 เกมติดต่อกัน กระนั้นอย่างที่ทราบดีว่าไม่มีเกมไหนในฤดูกาลนี้ที่ง่ายสำหรับพวกเขา และแน่นอนว่านัดออกไปเยือน คิง พาวเวอร์ สเตเดียม ก็จะเป็นอีกหนึ่งเกมที่นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับความยากลำบากและห้ามประมาทโดยเด็ดขาด

และผลงานที่ดีนั้น ก้เกิดขึ้นมาจากการทำงานอย่างหนักมาก แต่นั่นยังรวมไปถึงการทำหน้าที่อย่างไม่ประมาทเลย รวมถึงการห้ามมองข้ามคู่แข่ง และพร้อมกับการมีสมาธิกับเกมที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เกมในวันนี้ บ๊อกซิ่ง เดย์ จะเป็นนัดสำคัญอย่างมาก ในเดินหน้าการสานต่อผลงานของทีมเขา และอย่างที่เคยกล่าวไปว่ามัน ก็คือบทพิสูจน์ของพวกเขาในการเล่นงาน และรวมไปถึงการเอาชนะทีมหัวตารางให้ได้ ความคาดหวังมีอยู่แน่นอน

นั่นคือสิ่งที่นักเตะต้องลงไปแสดงให้เห็นในสนามว่าผลงานที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และทีมพร้อมเดินหน้ายกระดับตนเองให้ดีกว่าเดิมอยู่เสมอ เส้นทางในฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล แต่มันก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญในการฝังรากและสร้างผลงานที่ดีเพื่อต่อยอดในการเดินหน้าพุ่งชนความสำเร็จตามที่พวกเขาเคยกล่าวออกมาอยู่เสมอ

เป็นการที่เปิดตัวเลขเม็ดเงินของเหล่าทีมที่ลงแข่งขัน พรีเมียร์ลีก ที่จ่ายเป็นค่านายหน้าในการซื้อผู้เล่นประจำฤดูกาลนี้ มีการเปิดเผยออกมาว่าสโมสรใน พรีเมียร์ลีก จ่ายเงินค่านายหน้าในการซื้อ-ขายผู้เล่นไปกว่า 272 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2020/21 นี้ โดยมี เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำโด่งมาในลิสต์ของทีมที่เปย์หนักที่สุด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีการเพิ่มขึ้นมาถึง 9 ล้านปอนด์จากยอดรวมของฤดูกาลที่แล้วแม้ว่าสโมสรต่างๆจะถูกบังคับให้ต้องรัดเข็มขัดเนื่องจากการสูญเสียรายได้ไปไม่น้อยท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างต่อเนื่อง

ติดตามอ่านข่าวสารวงการฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ :  www.sports7m.com

ข่าวฟุตบอล ล่าสุด